พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หนังสือ​ของ​โม​ไซยาห์
บท​ที่ ๗
แอ​มัน​พบ​แผ่นดิน​แห่ง​ลีไฮ-นีไฟ, ที่​ซึ่ง​ลิ​มไฮเป็น​กษัตริย์—ผู้คน​ของ​ลิ​มไฮตกเป็น​ทาส​ของ​ชาวเล​มัน—ลิ​มไฮเล่า​ถึง​ประวัติ​ของ​พวก​เขา—ศาสดา​พยากรณ์ (อ​บิ​นา​ได) เป็น​พยาน​ว่า​พระ​คริสต์​ทรง​เป็น​พระผู้เป็นเจ้า​และ​พระ​บิดา​ของ​สิ่ง​ทั้งปวง—บรรดา​ผู้​ที่​หว่าน​ความ​สกปรก​จะ​เก็บเกี่ยว​ลม​หมุน, และ​บรรดา​ผู้​ที่​มอบ​ความ​ไว้​วางใจ​ใน​พระเจ้า​จะ​ได้​รับ​การ​ปลดปล่อย. ประมาณ ๑๒๑ ปี ก่อน​ค​ริ​สต​กาล.
  ๑ และ​บัดนี้, เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​หลังจาก​กษัตริย์​โม​ไซ​ยาห์อยู่​อย่าง​สันติ​ติดต่อ​กัน​อย่าง​ต่อ​เนื่อง​เป็น​เวลา​สาม​ปี, ท่าน​จึง​ปรารถนา​จะ​รู้​เกี่ยว​กับ​ผู้คน​ที่​ขึ้นไป​พำนัก​อยู่​ใน​แผ่นดิน​แห่ง​ลีไฮ-นีไฟ, หรือ​ใน​เมือง​แห่ง​ลีไฮ-นีไฟ; เพราะ​ผู้คน​ของ​ท่าน​ไม่​ได้ยิน​ข่าว​จาก​พวก​เขา​เลย​นับ​จาก​เวลา​ที่​พวก​เขา​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​เซราเฮ็มลา​ไป; ฉะนั้น, คน​ทั้งหลาย​จึง​ทำให้​ท่าน​เหนื่อย​ใจ​เพราะ​การ​รบเร้า​ของ​พวก​เขา.
  ๒ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​กษัตริย์​โม​ไซ​ยาห์ให้​คน​แข็งแรง​ของ​พวก​เขา​สิบ​หก​คน​ขึ้น​ไป​ยัง​แผ่นดิน​แห่ง​ลีไฮ-นีไฟ, เพื่อ​สอบ​ถาม​เกี่ยว​กับ​พี่น้อง​พวก​เขา.
  ๓ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​ใน​วัน​พรุ่ง​พวก​นี้​เริ่ม​ขึ้น​ไป, โดย​มีค​น​หนึ่ง​ชื่อ​แอ​มัน​ไป​ด้วย, เขา​เป็น​คน​แข็งแรง​และ​มี​พละ​กำลัง, และ​เป็น​ผู้สืบตระกูล​ของ​เซรา​เฮ็มลา; และ​เขา​เป็น​ผู้​นำ​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ด้วย.
  ๔ และ​บัดนี้, พวก​นี้​ไม่​รู้​ทาง​ที่​พวก​เขา​จะ​เดินทาง​ไป​ใน​แดน​ทุรกันดาร​เพื่อ​ขึ้น​ไป​ยัง​แผ่นดิน​แห่ง​ลีไฮ-นีไฟ; ฉะนั้น​พวก​เขา​ระหกระเหิน​อยู่​หลาย​วัน​ใน​แดน​ทุรกันดาร, แม้​ถึง​สี่​สิบ​วัน​ที่​พวก​เขา​ได้​ระหกระเหิน​ไป.
  ๕ และ​เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ระหกระเหิน​ไป​สี่​สิบ​วัน​พวก​เขา​ก็​มา​ถึง​เนิน​เขา​ลูก​หนึ่ง, ซึ่ง​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​แผ่นดิน​แห่งไชลัม, และ​พวก​นี้​ตั้ง​กระโจม​ที่​นั่น.
  ๖ และ​แอ​มัน​พา​พี่น้อง​ของ​เขา​ไป​สาม​คน, และ​ชื่อ​พวก​เขา​คือ​อ​แมลิไค, ฮีเล็ม, และเฮ็ม, และ​คน​เหล่า​นี้​ลง​ไป​ยัง​แผ่นดินแห่งนีไฟ.
  ๗ และ​ดูเถิด, พวก​เขา​พบ​กษัตริย์​ของ​ผู้คน​ซึ่ง​อยู่​ใน​แผ่นดิน​แห่งนีไฟ, และ​ใน​แผ่นดิน​แห่ง​ไชลัม; และ​พวก​เขา​ถูก​องครักษ์​ของ​กษัตริย์​ล้อม​ไว้, และ​ถูก​จับ, และ​ถูก​มัด​ไว้, และ​ถูก​ขัง​ใน​เรือนจำ.
  ๘ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​เมื่อ​พวก​เขา​อยู่​ใน​เรือนจำ​สอง​วัน​ก็​ถูก​นำ​ไป​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์​อีก, และ​เครื่อง​พันธนาการ​ของ​พวก​เขา​ถูก​คลาย​ออก; และ​พวก​เขา​ยืน​อยู่​ต่อหน้า​กษัตริย์, และ​ได้​รับ​อนุญาต, หรือ​ที่จริง​แล้ว​พวก​เขา​ถูก​สั่ง, ให้​ตอบ​คำ​ถาม​ซึ่ง​กษัตริย์​จะ​ถาม​พวก​เขา.
  ๙ และ​ท่าน​กล่าว​แก่​พวก​เขา: ดูเถิด, ข้าพเจ้า​คือลิมไฮ, บุตร​ของ​โนอาห์, ผู้​เป็น​บุตร​ของ​ซี​นิฟฟ์, ผู้​ซึ่ง​มา​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา​เพื่อ​รับ​แผ่นดิน​นี้​เป็น​มรดก, ซึ่ง​เป็น​แผ่นดิน​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา, ผู้​ได้​รับ​แต่งตั้ง​เป็น​กษัตริย์​โดย​เสียง​ของ​ผู้คน.
  ๑๐ และ​บัดนี้, ข้าพเจ้า​ปรารถนา​จะ​รู้​เหตุ​ที่​ท่าน​บังอาจ​เข้า​มา​ใกล้​กำแพง​เมือง​เช่น​นี้, เมื่อ, ตัว​ข้าพเจ้า​เอง, อยู่​กับ​องครักษ์​ของ​ข้าพเจ้า​นอก​ประตู​เมือง ?
  ๑๑ และ​บัดนี้, เพราะ​เหตุ​นี้​ข้าพเจ้า​จึง​ยอม​ให้ท่า​น​ได้​รับ​การ​ปกปักรักษา​ไว้, เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ไต่สวน​ท่าน, หาไม่​แล้ว​ข้าพเจ้า​คง​ให้​องครักษ์​ของ​ข้าพเจ้า​ประหาร​ท่าน​เสีย. ท่าน​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​พูด.
  ๑๒ และ​บัดนี้, เมื่อ​แอ​มัน​เห็น​ว่า​เขา​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​พูด, เขา​จึง​ออก​ไป​และ​น้อม​กาย​ลง​ต่อหน้า​กษัตริย์; และ​เมื่อ​ยืน​ขึ้น​เขา​กล่าว​ว่า: ข้า​แต่​องค์​ราชัน, ข้าพเจ้า​สำนึก​ใน​พระ​กรุณา​เป็น​ล้นพ้น​ต่อ​เบื้อง​พระ​พักตร์​พระผู้เป็นเจ้า​ที่​วัน​นี้​ข้าพเจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่, และ​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​พูด; และ​ข้าพเจ้า​จะ​พยายาม​พูด​ด้วย​ความ​องอาจ;
  ๑๓ เพราะ​ข้าพเจ้า​มั่นใจ​ว่า​หาก​ท่าน​รู้จัก​ข้าพเจ้า​ท่าน​คง​ไม่​ปล่อย​ให้​ข้าพเจ้า​อยู่​ใน​เครื่อง​พันธนาการ​นี้. เพราะ​ข้าพเจ้า​คือ​แอ​มัน, และ​เป็น​ผู้สืบตระกูล​ของ​เซราเฮ็มลา, และ​ขึ้น​มา​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา​เพื่อ​สอบ​ถาม​เกี่ยว​กับ​พี่น้อง​ของ​เรา, ผู้​ที่​ซี​นิ​ฟฟ์พา​ขึ้น​มา​จาก​แผ่นดิน​นั้น.
  ๑๔ และ​บัดนี้, เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​หลังจาก​ลิ​มไฮฟัง​คำ​พูด​ของ​แอ​มัน​แล้ว, ท่าน​ยินดี​ยิ่ง, และ​กล่าว​ว่า: บัดนี้, ข้าพเจ้า​รู้​แน่​แก่​ใจ​ว่า​พี่น้อง​ข้าพเจ้า​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่. และ​บัดนี้, ข้าพเจ้า​จะ​ชื่นชมยินดี; และ​ใน​วัน​พรุ่ง​ข้าพเจ้า​จะ​ให้​ผู้คน​ของ​ข้าพเจ้า​ชื่นชมยินดี​ด้วย.
  ๑๕ เพราะ​ดูเถิด, เรา​อยู่​ใน​ความ​เป็น​ทาส​ของ​ชาวเล​มัน, และ​ถูก​เก็บภาษี​ด้วย​อัตรา​ภาษี​ที่​หนักหนา​เหลือ​จะ​ทน. และ​บัดนี้, ดูเถิด, พี่น้อง​ของ​เรา​จะ​ปล่อย​เรา​ให้​พ้น​จาก​ความ​เป็น​ทาส, หรือ​พ้น​จาก​มือ​ชาวเล​มัน, และ​เรา​จะ​เป็น​ทาส​ของ​พวก​เขา; เพราะ​จะ​เป็นการ​ดี​กว่า​ที่​เรา​จะ​เป็น​ทาส​ชาว​นีไฟแทน​ที่​จะ​ส่ง​บรรณาการ​ให้​กษัตริย์​ของ​ชาวเล​มัน.
  ๑๖ และ​บัดนี้, กษัตริย์​ลิ​มไฮสั่ง​องครักษ์​ของ​ท่าน​ไม่​ให้​มัด​แอ​มัน​หรือ​พี่น้อง​ของ​เขา​อีก​ต่อ​ไป, แต่​ให้​พวก​เขา​ไป​ที่​เนิน​เขา​ซึ่ง​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​ไชลัม, และ​นำ​พี่น้อง​ของ​พวก​เขา​เข้า​มา​ใน​เมือง, เพื่อ​โดย​การ​นั้น​พวก​เขา​จะ​ได้​กิน, และ​ดื่ม, และ​พักผ่อน​จาก​ความ​เหน็ดเหนื่อย​อัน​เนื่องจาก​การ​เดินทาง​ของ​พวก​เขา; เพราะ​พวก​เขา​ได้​ทน​ทุกข์​มา​หลาย​เรื่อง; พวก​เขา​ทน​ความ​หิว, ความ​กระหาย, และ​ความ​เหน็ดเหนื่อย.
  ๑๗ และ​บัดนี้, เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​ใน​วัน​พรุ่ง​กษัตริย์​ลิ​มไฮออก​ถ้อยแถลง​ไป​ใน​บรรดา​ผู้คน​ทั้งหมด​ของ​ท่าน, เพื่อ​โดย​การ​นั้น​พวก​เขา​จะ​ได้​มา​รวม​กัน​ที่​พระวิหาร, เพื่อ​จะ​ฟัง​ถ้อยคำ​ซึ่ง​ท่าน​จะ​กล่าว​แก่​พวก​เขา.
  ๑๘ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​คน​เหล่า​นั้น​มา​รวม​กัน​แล้ว​ท่าน​จึง​กล่าว​แก่​พวก​เขา​ทำนอง​นี้, มีค​วาม​ว่า: โอ้​ท่าน, ผู้คน​ของ​ข้าพเจ้า, จง​เงย​หน้า​ขึ้น​และ​สบาย​ใจ​เถิด; เพราะ​ดูเถิด, เวลา​อยู่​ใกล้​แค่​เอื้อม, หรือ​หา​ได้​ห่าง​ไกล​ไม่, เมื่อ​เรา​จะ​ไม่​อยู่​ภาย​ใต้​อำนาจ​ของ​ศัตรู​เรา​อีก​ต่อ​ไป, แม้​ว่า​เรา​ดิ้นรน​มา​หลาย​ครั้ง, ซึ่ง​ไม่​เป็น​ผล; กระนั้น​ข้าพเจ้า​ยัง​วางใจ​ว่า​จะ​ยัง​มี​การ​ดิ้นรน​ที่​จะ​มี​ผล​เกิด​ขึ้น.
  ๑๙ ฉะนั้น, จง​เงย​หน้า​ขึ้น, และ​ชื่นชมยินดี​เถิด, และ​มอบ​ความ​ไว้​วางใจ​ของ​ท่าน​ในพระผู้เป็นเจ้า, ใน​พระผู้เป็นเจ้า​องค์​นั้น​ผู้ทรง​เป็น​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​อับ​ราฮัม, และ​อิสอัค, และ​ยา​โค​บ; และ, พระผู้เป็นเจ้า​องค์​นั้น​ด้วย​ผู้ทรงพา​ลูก​หลาน​ของ​อิส​รา​เอ​ลออ​ก​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​อียิปต์, และ​ทรง​ทำให้​พวก​เขา​เดิน​ผ่าน​ทะเล​แดง​บน​แผ่นดิน​แห้ง, และ​ทรง​เลี้ยง​พวก​เขา​ด้วย​มานา​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ไม่​สิ้นชีวิต​อยู่​ใน​แดน​ทุรกันดาร; และ​มี​อีก​หลาย​สิ่ง​ที่​พระองค์​ทรง​ทำ​เพื่อ​พวก​เขา.
  ๒๐ และ​อนึ่ง, พระผู้เป็นเจ้า​องค์​เดียวกัน​นั้น​ทรง​พา​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ออกจาก​แผ่นดิน​แห่ง​เยรูซา​เล็ม, และ​ทรง​ดูแล​และ​ปกปักรักษา​ผู้คน​ของ​พระองค์​มา​แม้​จนถึง​บัดนี้; และ​ดูเถิด, เป็น​เพราะ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​และ​ความ​น่า​ชิงชัง​ของ​เรา​ที่​พระองค์​ทรง​นำ​เรา​มา​สู่​ความ​เป็น​ทาส.
  ๒๑ และ​ท่าน​ทั้งหลาย​เป็น​พยาน​ใน​วัน​นี้, ว่า​ซี​นิฟฟ์, ซึ่ง​ได้​รับ​แต่งตั้ง​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​คน​พวก​นี้, โดยที่​ท่าน​มุ่ง​หวังเกินไป​ที่​จะ​ได้​รับ​แผ่นดิน​แห่ง​บรรพบุรุษ​ของ​ท่าน​มา​เป็น​มรดก, ฉะนั้น​ท่าน​จึง​ถูก​หลอกลวง​โดย​อุบาย​และ​เล่ห์​กล​ของ​กษัตริย์​เลมัน, ซึ่ง​เข้า​มา​ทำ​ข้อ​ตกลง​กับ​กษัตริย์​ซี​นิฟฟ์, และ​ยอม​ให้การ​ครอบครอง​แผ่นดิน​ส่วน​หนึ่ง​อยู่​ใน​มือ​ท่าน, หรือ​แม้​เมือง​แห่ง​ลีไฮ-นีไฟ, และ​เมือง​แห่ง​ไชลัม; และ​แผ่นดิน​โดย​รอบ​นั้น—
  ๒๒ และ​ทั้งหมด​นี้​เขา​ทำ​ไป, เพื่อ​จุด​ประสงค์​อย่าง​เดียว​คือการนำ​คน​พวก​นี้​มา​อยู่​ใต้​อำนาจ​หรือ​มา​อยู่​ใน​ความ​เป็น​ทาส. และ​ดูเถิด, ใน​เวลา​นี้​เรา​ให้​บรรณาการ​แก่​กษัตริย์​ของ​ชาวเล​มัน, เป็น​จำนวน​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​ข้าวโพด​เรา, และ​ข้าว​บาร์เลย์​ของ​เรา, และ​แม้​ธัญพืช​ทั้งหมด​ของ​เรา​ทุก​ชนิด, และ​ครึ่ง​หนึ่ง​ที่​เพิ่ม​ขึ้น​ของ​ฝูง​สัตว์​เลี้ยง​และ​ฝูง​สัตว์​ใหญ่​ของ​เรา; และ​กษัตริย์​ของ​ชาวเล​มัน​เรียก​เอา​จาก​เรา​แม้​ถึง​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​มี​หรือ​เป็น​เจ้าของ, มิ​ฉะนั้น​ก็​ชีวิต​ของ​เรา.
  ๒๓ และ​บัดนี้, นี่​ไม่​ใช่​สิ่ง​ที่​เหลือ​จะ​ทน​หรือ ? และ​นี่​ไม่​ใช่, ความ​ทุกข์​ใหญ่​หลวง​ของ​เรา​หรือ ? บัดนี้​ดูเถิด, เรา​มี​เหตุผล​มาก​เพียง​ใด​ที่​จะ​โศก​เศร้า.
  ๒๔ แท้จริง​แล้ว, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, มี​เหตุผล​อยู่​มาก​ที่​เรา​จะ​โศก​เศร้า; เพราะ​ดูเถิด​พี่น้อง​ของ​เรา​ถูก​สังหาร​มา​กี่​คน​แล้ว, และ​เลือด​พวก​เขา​หลั่ง​ไป​โดย​ไร้​ประโยชน์, และ​ทั้งหมด​นี้​ก็​เพราะ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์.
  ๒๕ เพราะ​หาก​คน​พวก​นี้​ไม่​ได้​ตก​อยู่​ใน​การ​ล่วง​ละเมิด​แล้ว​พระเจ้า​จะ​ไม่​ทรง​ยอม​ให้​ความ​ชั่ว​อัน​ใหญ่​หลวง​นี้​เกิด​กับ​พวก​เขา. แต่​ดูเถิด, พวก​เขา​ไม่​ยอม​สดับ​ฟัง​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์; แต่​มี​การ​ขัดแย้ง​เกิด​ขึ้น​ใน​บรรดา​พวก​เขา, แม้​ถึงขนาด​ที่​พวก​เขา​ได้​หลั่ง​เลือด​ใน​บรรดา​พวก​เขา​เอง.
  ๒๖ และ​ศาสดาพยากรณ์​คน​หนึ่ง​ของ​พระเจ้า​ถูก​พวก​เขา​สังหาร; แท้จริง​แล้ว, เป็น​คน​ที่​ได้​รับ​เลือก​จาก​พระผู้เป็นเจ้า, ผู้​ซึ่ง​บอก​พวก​เขา​ถึง​ความ​ชั่ว​ร้าย​และ​ความ​น่า​ชิงชัง​ของ​พวก​เขา, และ​พยากรณ์​หลาย​สิ่ง​ที่​จะ​มา​ถึง, แท้จริง​แล้ว, แม้​การ​เสด็จ​มา​ของ​พระ​คริสต์.
  ๒๗ และ​เพราะ​ท่าน​กล่าว​แก่​พวก​เขา​ว่า​พระ​คริสต์​คือพระผู้เป็นเจ้า, พระ​บิดา​ของ​สิ่ง​ทั้งปวง, และ​กล่าว​ว่า​พระองค์​จะ​ทรง​รับ​เอา​รูป​ลักษณ์​ของ​มนุษย์, และ​จะ​เป็น​รูปลักษณ์​ตาม​ที่​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ใน​กาล​เริ่ม​ต้น; หรือ​อีก​นัย​หนึ่ง, พระองค์​กล่าว​ว่า​มนุษย์​สร้าง​ขึ้น​ตาม​รูป​ลักษณ์​ของพระผู้เป็นเจ้า, และ​ว่า​พระผู้เป็นเจ้า​จะ​เสด็จ​ลง​มา​ใน​บรรดา​ลูก​หลาน​มนุษย์, และ​ทรง​รับ​เอา​เนื้อ​หนัง​และ​โลหิต, และ​เสด็จ​ออก​ไป​ตาม​พื้น​พิภพ—
  ๒๘ และ​บัดนี้, เพราะ​ท่าน​กล่าว​เรื่อง​นี้, พวก​เขา​จึง​ได้​ประหาร​ท่าน; และ​พวก​เขา​ทำ​อีก​หลาย​สิ่ง​ซึ่ง​นำ​พระ​พิโรธ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ลง​มา​สู่​พวก​เขา. ฉะนั้น, ใคร​เล่า​จะ​พิศวง​ที่​พวก​เขา​อยู่​ใน​ความ​เป็น​ทาส, และ​ที่​พวก​เขา​ถูก​ลง​ทัณฑ์​ด้วย​ความ​ทุกข์​แสน​สาหัส ?
  ๒๙ เพราะ​ดูเถิด, พระเจ้า​ตรัส​ไว้: เรา​จะ​ไม่ช่วยเหลือ​ผู้คน​ของ​เรา​ใน​วัน​แห่ง​การ​ล่วง​ละเมิด​ของ​พวก​เขา; แต่​เรา​จะ​สกัด​กั้น​หนทาง​เพื่อ​มิ​ให้​พวก​เขา​รุ่งเรือง; และ​การก​ระ​ทำ​ของ​พวก​เขา​จะ​เป็น​ดัง​สิ่ง​กีดขวาง​อยู่​หน้า​ตน.
  ๓๐ และ​อนึ่ง, พระองค์​ตรัส: หาก​ผู้คน​ของ​เรา​จะ​หว่าน​ความสกปรก​พวก​เขา​จะเก็บเกี่ยว​แกลบ​นั้น​ใน​ลม​หมุน; และ​ผล​ของ​มัน​คือ​ยา​พิษ.
  ๓๑ และ​อนึ่ง​พระองค์​ตรัส: หาก​ผู้คน​ของ​เรา​จะ​หว่าน​ความ​สกปรก​พวก​เขา​จะ​เก็บเกี่ยว​ลมตะวันออก, ซึ่ง​นำ​เอา​ความ​พินาศ​มา​ทันที.
  ๓๒ และ​บัดนี้, ดูเถิด, สัญญา​ของ​พระเจ้า​เกิดสัมฤทธิผลแล้ว, และ​ท่าน​ถูก​ลง​ทัณฑ์​และ​รับ​ทุกข์​ทรมาน​แล้ว.
  ๓๓ แต่​หาก​ท่าน​จะ​หันมา​สู่​พระเจ้า​ด้วย​ความ​ตั้งใจ​เด็ดเดี่ยว, และ​มอบ​ความ​ไว้​วางใจ​ใน​พระองค์, และ​รับ​ใช้​พระองค์​ด้วย​ความ​ขยัน​หมั่น​เพียร​จน​สุด​ความ​สามารถ​แห่ง​จิตใจ, หาก​ท่าน​ทำ​เช่น​นี้, พระองค์​จะ​ทรง,ปลดปล่อย​ท่าน​ให้​พ้น​จาก​ความ​เป็น​ทาส, ตาม​พระ​ประสงค์​และ​ความ​พอ​พระทัย​ของ​พระองค์.