พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน
หนังสือ​ของ​โม​ไซยาห์
บท​ที่ ๒๙
โม​ไซ​ยาห์เสนอ​ให้​มี​การ​เลือก​เหล่า​ผู้​พิพากษา​แทน​กษัตริย์—กษัตริย์​ที่​ไม่​ชอบธรรม​นำ​ผู้คน​ของ​ตน​ไป​สู่​บาป—แอ​ลมาผู้บุตร​ได้​รับ​เลือก​เป็น​หัวหน้า​ผู้​พิพากษา​โดย​เสียง​ของ​ผู้คน—ท่าน​เป็น​มหา​ปุโรหิต​ปกครอง​ศาสนจักร​ด้วย—แอ​ลมาผู้เป็น​บิดา​และ​โม​ไซ​ยาห์สิ้นชีวิต. ประมาณ ๙๒–๙๑ ปี​ก่อน​ค​ริ​สต​กาล.
  ๑ บัดนี้​เมื่อ​โม​ไซ​ยาห์ทำ​การ​นี้​แล้ว​ท่าน​สอบ​ถาม​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน, ใน​บรรดา​ผู้คน​ทั้งปวง, โดย​ปรารถนา​จะ​รู้​เจตนา​ของ​พวก​เขา​ว่าผู้​ใด​ควร​เป็น​กษัตริย์​ของ​ตน.
  ๒ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​มีเสียง​ของ​ผู้คน, กล่าว​ว่า: เรา​ปรารถนา​ให้​แอ​รัน​บุตร​ของ​ท่าน​เป็น​กษัตริย์​ของ​เรา​และ​ผู้​ปกครอง​ของ​เรา.
  ๓ บัดนี้​แอ​รัน​ได้​ขึ้น​ไป​ยัง​แผ่นดิน​แห่งนีไฟแล้ว, ฉะนั้น​กษัตริย์​จึง​มอบ​อาณาจักร​ให้ท่า​น​ไม่​ได้; ทั้ง​แอ​รัน​ก็​ไม่​ยอม​รับ​อาณาจักร; ทั้ง​ไม่​มีบุตร​คน​ใด​ของ​โม​ไซ​ยาห์ยอม​รับ​อาณาจักร​เลย.
  ๔ ฉะนั้น​กษัตริย์​โม​ไซ​ยาห์จึง​สอบ​ถาม​ไป​ใน​บรรดา​ผู้คน​อีก; แท้จริง​แล้ว, แม้​ส่ง​ถ้อยคำ​ที่​เขียน​ไว้​ไป​ถึง​บรรดา​ผู้คน. และ​นี่​คือ​ถ้อยคำ​ที่​เขียน​ไว้, มีค​วาม​ว่า:
  ๕ ดูเถิด, โอ้​ท่าน​ผู้คน​ของ​ข้าพเจ้า, หรือ​พี่น้อง​ข้าพเจ้า, เพราะ​ข้าพเจ้า​ถือว่า​ท่าน​เป็น​เช่น​นั้น, ข้าพเจ้า​ปรารถนา​ให้ท่า​น​พิจารณา​เรื่อง​ที่​ขอ​ให้ท่า​น​พิจารณา—เพราะ​ท่าน​ปรารถนา​จะ​มีกษัตริย์.
  ๖ บัดนี้​ข้าพเจ้า​ประกาศ​แก่​ท่าน​ว่า​เขา​ผู้​ซึ่ง​เป็น​เจ้าของ​อาณาจักร​นี้​โดย​สิทธิ์​ได้​ปฏิเสธ, และ​จะ​ไม่​ยอม​รับ​อาณาจักร.
  ๗ และ​บัดนี้​หาก​จะ​กำหนด​ผู้​อื่น​แทน, ดูเถิด​ข้าพเจ้า​เกรง​จะ​เกิด​การ​ขัดแย้ง​กัน​ใน​บรรดา​พวก​ท่าน. และ​ใคร​จะ​รู้​ว่า​บุตร​ข้าพเจ้า, ซึ่ง​เป็น​เจ้าของ​อาณาจักร, จะ​เกิด​ความ​ขุ่นเคือง​และ​ชักจูง​คน​พวก​นี้​ส่วน​หนึ่ง​ตาม​เขา​ไป, ซึ่ง​จะ​ทำให้​เกิด​สงคราม​และ​ความ​ขัดแย้ง​ใน​บรรดา​พวก​ท่าน, ซึ่ง​จะ​เป็น​เหตุ​แห่ง​การ​นองเลือด​มาก​และ​บิดเบือน​ทาง​ของ​พระเจ้า, แท้จริง​แล้ว, และ​ทำลาย​จิต​วิญญาณ​ผู้คน​เป็นอันมาก.
  ๘ บัดนี้​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ให้​เรา​ฉลาด​และ​พิจารณา​เรื่อง​เหล่า​นี้, เพราะ​เรา​ไม่​มี​สิทธิ์​จะ​ทำลาย​บุตร​ข้าพเจ้า, ทั้ง​เรา​ไม่​ควร​มี​สิทธิ์​ใด ๆ ที่​จะ​ทำลาย​คน​อื่น​หาก​จะ​กำหนด​ผู้​นั้น​ให้​แทน​เขา.
  ๙ และ​หาก​บุตร​ข้าพเจ้า​จะ​หัน​กลับ​ไป​สู่​ความ​จองหอง​และ​เรื่อง​ไร้​ประโยชน์​ของ​เขา​อีก เขา​ก็​จะ​กลับคำ​ซึ่ง​เขา​พูด​ไว้, และ​เรียก​ร้อง​เอา​สิทธิ์​ของ​เขา​ใน​อาณาจักร​นี้, ซึ่ง​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​เขา​และ​คน​เหล่า​นี้​ด้วย​ให้​กระทำ​บาป​มาก.
  ๑๐ และ​บัดนี้​ให้​เรา​ใช้​ปัญญา​และ​คาด​การณ์​ถึง​สิ่ง​เหล่า​นี้, และ​ทำ​สิ่ง​ซึ่ง​จะ​ทำให้​เกิด​ความ​สงบ​สุข​แก่​คน​พวก​นี้.
  ๑๑ ฉะนั้น​ข้าพเจ้า​จะ​เป็น​กษัตริย์​ของ​ท่าน​ใน​วัน​เวลา​ที่​เหลือ​อยู่​ของ​ข้าพเจ้า; กระนั้น​ก็ตาม, ให้​เรากำหนด​เหล่า​ผู้พิพากษา, เพื่อ​พิพากษา​คน​พวก​นี้​ตาม​กฎ​ของ​เรา; และ​เรา​จะ​จัด​กิจจานุกิจ​ของ​คน​พวก​นี้​ใหม่, เพราะ​เรา​จะ​กำหนด​คน​ที่​มี​ปัญญา​เป็น​ผู้​พิพากษา, ซึ่ง​จะ​พิพากษา​คน​พวก​นี้​ตาม​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า.
  ๑๒ บัดนี้​หาก​มนุษย์​ถูก​พระผู้เป็นเจ้า​พิพากษา​ย่อม​ดี​กว่า​ถูก​มนุษย์​พิพากษา, เพราะ​การ​พิพากษา​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​เที่ยงธรรม​เสมอ​ไป, แต่​การ​พิพากษา​ของ​มนุษย์​ไม่​เที่ยงธรรม​เสมอ​ไป.
  ๑๓ ฉะนั้น, หาก​เป็น​ไป​ได้​ว่า​ท่าน​จะ​มีค​นเที่ยงธรรม​เป็น​กษัตริย์​ของ​ท่าน, ซึ่ง​จะ​สถาปนา​กฎ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, และ​พิพากษา​คน​พวก​นี้​ตาม​พระ​บัญญัติ​ของ​พระองค์, แท้จริง​แล้ว, หาก​ท่าน​จะ​มีค​น​เป็น​กษัตริย์​ของ​ท่าน​ซึ่ง​จะ​ทำ​เพื่อ​คน​พวก​นี้​แม้​ดัง​ที่​เบ็นจา​มิ​บิดา​ข้าพเจ้า​ทำ​มา—ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า, หาก​เรื่อง​จะ​เป็นได้​เช่น​นี้​เสมอ​ไป​แล้ว ก็​สมควร​ที่​จะ​มี​กษัตริย์​ปกครอง​ท่าน​อยู่​เสมอ​ไป.
  ๑๔ และ​แม้​ตัว​ข้าพเจ้า​เอง​ก็​ทำ​งาน​ด้วย​สุด​พลัง​และ​ความ​สามารถ​ซึ่ง​ข้าพเจ้า​มี​อยู่, เพื่อ​สอน​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​แก่​ท่าน, และ​เพื่อ​สถาปนา​สันติ​ทั่ว​แผ่นดิน, เพื่อ​จะ​ไม่​มี​สงคราม​หรือ​การ​ขัดแย้ง, ไม่​มี​การ​ขโมย, หรือ​การ​ปล้น​สะดม, หรือ​การก​ระ​ทำ​ฆาตกรรม, หรือ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​ประการ​ใด;
  ๑๕ และ​ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​กระทำ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์, ข้าพเจ้า​ก็ลงโทษ​เขา​ตาม​โทษานุโทษ​ที่​เขา​ทำ, ตาม​กฎ​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ให้​เรา​ไว้.
  ๑๖ บัดนี้​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ว่า​เพราะ​มนุษย์​ทั้งปวง​ไม่​เที่ยงธรรม​จึง​ไม่​สมควร​ที่​ท่าน​จะ​มี​กษัตริย์​คน​หนึ่ง​หรือ​หลาย​คน​ปกครอง​ท่าน.
  ๑๗ เพราะ​ดูเถิด, กษัตริย์ชั่ว​คน​หนึ่ง​ทำให้​ความ​ชั่วช้าสามานย์​เกิด​ได้​มาก​เพียง​ใด, แท้จริง​แล้ว, จะ​เป็นความ​พินาศ​ใหญ่​หลวง​เพียง​ใด !
  ๑๘ แท้จริง​แล้ว, จง​นึกถึง​กษัตริย์​โนอาห์, ความ​ชั่วร้าย​ของ​เขา​และ​ความ​น่า​ชิงชัง​ของ​เขา, และ​ความ​ชั่ว​ร้าย​และ​ความ​น่า​ชิงชัง​ของ​ผู้คน​ของ​เขา​ด้วย. ดูเถิด​ความ​พินาศ​ใหญ่​หลวง​เพียง​ใด​ได้​เกิด​แก่​พวก​เขา; และ​เพราะ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​ของ​พวก​เขา​ด้วย​จึง​ถูก​พา​ไป​สู่​ความ​เป็นทาส.
  ๑๙ และ​หาก​มิ​ใช่​เพราะ​การ​แทรกแซง​ของ​พระ​ผู้​สร้าง​ผู้ทรง​ภูมิปัญญา​รอบ​ด้าน​ของ​พวก​เขา​แล้ว, และ​นี่​เพราะ​การก​ลับ​ใจ​อย่าง​จริงใจ​ของ​พวก​เขา, พวก​เขา​จะ​ต้อง​คง​อยู่​กับ​ความ​เป็น​ทาส​จนถึง​บัดนี้​อย่าง​ไม่​มี​ทาง​หลีก​เลี่ยง.
  ๒๐ แต่​ดูเถิด, พระองค์​ทรง​ปลดปล่อย​พวก​เขา​เพราะ​พวก​เขา​นอบน้อม​ถ่อมตน​ต่อ​พระ​พักตร์​พระองค์; และ​เพราะ​พวก​เขา​ร้อง​ทูล​อย่างสุดกำลัง​ต่อ​พระองค์ พระองค์​จึง​ทรง​ปลดปล่อย​พวก​เขา​ออก​จาก​ความ​เป็น​ทาส; และ​ดังนั้น​พระเจ้า​จึง​ทรง​ทำ​งาน​ด้วย​เด​ชานุ​ภาพ​ของ​พระองค์​ใน​ทุก​เรื่อง​ใน​บรรดา​ลูก​หลาน​มนุษย์, โดย​ทรง​ยื่น​พระ​พาหุ​แห่ง​ความเมตตา​มา​ให้​คน​ที่​มอบ​ความ​ไว้วางใจ​ของ​พวก​เขา​ใน​พระองค์.
  ๒๑ และ​ดูเถิด, บัดนี้​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ท่าน​จะ​ถอดถอน​กษัตริย์​ชั่วช้า​สามานย์​คน​หนึ่ง​ออก​จาก​บัลลังก์​ไม่​ได้​นอกจาก​จะ​เป็น​โดย​การ​ขัดแย้ง​อย่าง​รุนแรง, และ​นองเลือด​อย่าง​มาก.
  ๒๒ เพราะ​ดูเถิด, ใน​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​กษัตริย์​ย่อม​มีมิตรสหาย, และ​เขา​จัด​องครักษ์​ของ​เขา​ไว้​รอบ​ตัว​เขา; และ​เขา​ทำลาย​กฎ​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ผู้​ที่​ปกครอง​มา​ด้วย​ความชอบ​ธรรม​ก่อน​หน้า​เขา; และ​เขา​เหยียบย่ำ​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ไว้​ใต้เท้า​ตน;
  ๒๓ และ​เขา​ออก​กฎ, และ​ส่ง​มัน​ออก​ไป​ใน​บรรดา​ผู้คน​ของ​เขา, แท้จริง​แล้ว, กฎ​ตาม​แบบแผน​แห่ง​ความชั่ว​ของ​เขา​เอง; และ​ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​ไม่​ทำตา​มก​ฎ​ของ​เขา เขา​ก็​ให้​ทำลาย​เสีย; และ​ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​กบฏ​ต่อ​เขา เขา​จะ​ส่ง​กองทัพ​ไป​รบ​กับ​คน​เหล่า​นั้น, และ​หาก​เขา​ทำได้​เขา​จะ​ทำลาย​คน​เหล่า​นั้น; และ​ดังนั้น​กษัตริย์​ที่​ไม่​ชอบธรรม​จึง​บิดเบือน​ทาง​แห่ง​ความชอบ​ธรรม​ทั้งสิ้น.
  ๒๔ และ​บัดนี้​ดูเถิด​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ไม่​สมควร​ที่​ความ​น่า​ชิงชัง​เช่น​นี้​จะ​เกิด​แก่​พวก​ท่าน.
  ๒๕ ฉะนั้น, ท่าน​จง​เลือก​เหล่า​ผู้​พิพากษา, โดย​เสียง​ของ​คน​เหล่า​นี้, เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​รับ​การ​พิพากษา​ตาม​กฎ​ซึ่ง​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ได้​ให้​ไว้​แก่​ท่าน, ซึ่ง​ถูก​ต้อง, และ​ซึ่ง​ให้​ไว้​แก่​ท่าน​โดย​พระ​หัตถ์​ของ​พระเจ้า.
  ๒๖ บัดนี้​ไม่​ใช่​เรื่อง​ธรรมดา​ที่​เสียง​ของ​ผู้คน​ปรารถนา​สิ่ง​ที่​ตรงกันข้าม​กับ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง; แต่​เป็น​เรื่อง​ธรรมดา​สำหรับ​คน​ส่วน​น้อย​ที่​จะ​ปรารถนา​สิ่ง​ที่​ไม่​ถูก​ต้อง; ฉะนั้น​เรื่อง​นี้​ท่าน​จง​ยึดถือ​และ​ทำให้​เป็น​กฎ​ของ​ท่าน—ที่​จะ​ทำ​กิจ​ธุระ​ของ​ท่าน​โดย​เสียง​ของ​ผู้คน.
  ๒๗ และ​หาก​ถึงเวลา​ที่​เสียง​ของ​ผู้คน​จะ​เลือก​ความ​ชั่วช้า​สามานย์, ก็​ถึง​เวลา​ที่​การ​พิพากษา​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​จะ​เกิด​แก่​ท่าน; แท้จริง​แล้ว, เวลา​นั้น​เป็น​เวลา​ที่​พระองค์​จะ​เสด็จ​เยือน​ท่าน​ด้วย​ความ​พินาศ​อย่าง​ใหญ่​หลวง​แม้​ดัง​ที่​พระองค์​เสด็จ​เยือน​แผ่นดิน​นี้​มา​แล้ว.
  ๒๘ และ​บัดนี้​หาก​ท่าน​มี​ผู้​พิพากษา, และ​พวก​เขา​ไม่​พิพากษา​ตาม​กฎ​ที่​มี​ให้​ไว้, ท่าน​ก็​ให้​พวก​เขา​ได้​รับ​การ​พิพากษา​จาก​ผู้​พิพากษา​ที่​สูง​กว่า​ได้.
  ๒๙ หาก​ผู้​พิพากษา​ของ​ท่าน​ที่​สูง​กว่า​ไม่​ให้การ​พิพากษา​อัน​ชอบธรรม​แล้ว, ท่าน​ย่อม​จะ​ให้​ผู้​พิพากษา​ชั้น​ต้น​ของ​ท่าน​จำนวน​ไม่​มาก​นัก​มา​รวม​กัน, และ​คน​เหล่า​นั้น​จะ​พิพากษา​ผู้​พิพากษา​ที่​สูง​กว่า​ของ​ท่าน, ตาม​เสียง​ของ​ผู้คน.
  ๓๐ และ​ข้าพเจ้า​สั่ง​ท่าน​ให้​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ด้วย​ความ​เกรง​กลัว​พระเจ้า; และ​ข้าพเจ้า​สั่ง​ท่าน​ให้​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้, และ​ไม่​ให้ท่า​น​มี​กษัตริย์; คือ​หาก​คน​พวก​นี้​กระทำ​บาป​และ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์ พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​ตอบ​บน​ศีรษะ​ของ​ตน​เอง.
  ๓๑ เพราะ​ดูเถิด​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, บาป​ของ​คน​เป็นอันมาก​เกิด​เพราะ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​ของ​กษัตริย์​ของ​พวก​เขา; ฉะนั้น​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ย่อม​ได้​รับ​บาป​บน​ศีรษะ​ของ​กษัตริย์​ของ​พวก​เขา.
  ๓๒ และ​บัดนี้​ข้าพเจ้า​ปรารถนา​ว่าความ​ไม่เสมอภาค​นี้​จะ​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป​ใน​แผ่นดิน​นี้, โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ใน​บรรดา​คน​พวก​นี้​ของ​ข้าพเจ้า; แต่​ข้าพเจ้า​ปรารถนา​ให้​แผ่นดิน​นี้​เป็น​แผ่นดิน​แห่งเสรีภาพ, และ​ทุกคน​จะ​ยินดี​ใน​สิทธิ์​และ​อภิสิทธิ์​ของ​เขา​เท่าเทียม​กัน, ตราบเท่า​ที่​พระเจ้า​ทรง​เห็น​สมควร​ที่​เรา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​และ​รับ​แผ่นดิน​มรดก, แท้จริง​แล้ว, แม้​ตราบเท่า​ที่​ผู้​ใด​ที่​เป็น​อนุชน​ของ​เรา​ยัง​อยู่​บน​ผืน​แผ่นดิน​นี้.
  ๓๓ และ​กษัตริย์​โม​ไซ​ยาห์ได้​เขียน​อีก​หลาย​เรื่อง​ถึง​พวก​เขา, โดย​เผย​ให้​พวก​เขา​รู้​ถึง​ความ​เดือดร้อน​และ​ความ​ยุ่งยาก​ของ​กษัตริย์​ที่​ชอบธรรม, แท้จริง​แล้ว, ความ​ปวดร้าว​ทั้งสิ้น​ของ​จิต​วิญญาณ​เพื่อ​ผู้คน​ของ​เขา​เหล่า​นั้น, และ​การ​พร่ำ​บ่น​ทั้งปวง​ของ​ผู้คน​ที่​มี​ต่อ​กษัตริย์​ของ​พวก​เขา​ด้วย; และ​ท่าน​อธิบาย​เรื่อง​ทั้งหมด​แก่​พวก​เขา.
  ๓๔ และ​ท่าน​บอก​พวก​เขา​ว่า​เรื่อง​เหล่า​นี้​ไม่​ควร​เป็น​ไป; ทว่า​ภาระ​ควร​จะ​เกิด​กับ​ผู้คน​ทั้งปวง, เพื่อ​ทุก​คน​จะ​ได้​แบก​ส่วน​ของ​ตน.
  ๓๕ และ​ท่าน​เผย​ให้​พวก​เขา​รู้​ถึง​การ​เสียเปรียบ​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​ที่​พวก​เขา​ทน​รับ, โดย​การ​มี​กษัตริย์​ที่​ไม่​ชอบธรรม​ปกครอง​พวก​เขา;
  ๓๖ แท้จริง​แล้ว, ความ​ชั่วช้า​สามานย์​และ​ความ​น่า​ชิงชัง​ทั้งปวง​ของ​เขา, และ​สงคราม, และ​การ​ขัดแย้ง, และ​การ​นองเลือด, และ​การ​ลัก​ขโมย, และ​การ​ปล้น​สะดม, และ​การ​ผิด​ประเวณี​ทั้งหลาย​ทั้งปวง, และ​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​นานัปการ​ซึ่ง​ไม่​อาจ​ยก​มาก​ล่า​ว​ได้​ทั้งหมด—โดย​บอก​พวก​เขา​ว่า​สิ่ง​เหล่า​นี้​ไม่​ควร​เป็น​ไป, ว่า​มัน​ขัด​กัน​อย่าง​เห็น​ได้​ชัด​กับ​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า.
  ๓๗ และ​บัดนี้​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น, หลังจาก​กษัตริย์​โม​ไซ​ยาห์ส่ง​เรื่อง​เหล่า​นี้​ออก​ไป​ใน​บรรดา​ผู้คน​แล้ว​คน​ทั้งหลาย​จึง​ตระหนัก​ถึง​ความ​จริง​ของ​ถ้อยคำ​ท่าน.
  ๓๘ ฉะนั้น​พวก​เขา​จึง​เลิกล้ม​ความ​ปรารถนา​ของ​ตน​ที่​จะ​มี​กษัตริย์, และ​กลับ​กระตือรือร้น​อย่าง​ยิ่ง​ที่​จะ​ให้​ทุก​คน​มี​โอกาส​เท่าเทียม​กัน​ตลอด​ทั่ว​แผ่นดิน; แท้จริง​แล้ว, และ​ทุก​คน​แสดง​ความ​เต็มใจ​ที่​จะ​รับผิดชอบ​ต่อ​บาป​ของ​ตน.
  ๓๙ ฉะนั้น, เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​คน​เหล่า​นั้น​มา​ชุมนุม​กัน​เป็น​หมู่​เหล่า​ทั่ว​แผ่นดิน, เพื่อ​ออกเสียง​ของ​ตน​ว่า​ใคร​จะ​เป็น​ผู้​พิพากษา​ของ​พวก​เขา, เพื่อ​จะ​พิพากษา​ตามกฎ​ซึ่ง​มี​ให้​ไว้​แก่​พวก​เขา; และ​เขา​ชื่นชมยินดี​อย่าง​ยิ่ง​เนื่องด้วยเสรีภาพ​ซึ่ง​ได้​รับ​มา.
  ๔๐ และ​พวก​เขา​ได้​มั่นคง​ขึ้น​ใน​ความ​รัก​ที่​มี​ต่อ​โม​ไซยาห์; แท้จริง​แล้ว, พวก​เขา​นับถือ​ท่าน​มาก​กว่า​คน​อื่น​ใด; เพราะ​พวก​เขา​มิได้​เห็น​ว่า​ท่าน​เป็น​ผู้​กดขี่​ซึ่ง​แสวง​หา​ผล​ประโยชน์, แท้จริง​แล้ว, แสวง​หา​ทรัพย์​ซึ่ง​บั่นทอน​จิต​วิญญาณ; เพราะ​ท่าน​มิได้​เรียก​เอา​ของ​มี​ค่า​จาก​พวก​เขา, ทั้ง​มิได้​เบิกบาน​ใน​การ​นองเลือด; แต่​ท่าน​สถาปนา​ความ​สงบสุข​ใน​แผ่นดิน, และ​ท่าน​ให้​ผู้คน​ของ​ท่าน​ได้​รับ​การ​ปลดปล่อย​จาก​ความ​เป็น​ทาส​ทุก​อย่าง; ฉะนั้น​พวก​เขา​นับถือ​ท่าน​อย่าง​ยิ่ง, แท้จริง​แล้ว, สุด​ที่​จะ​ประมาณ​ได้.
  ๔๑ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​พวก​เขา​กำหนด​เหล่า​ผู้พิพากษา​เพื่อ​ปกครอง​พวก​เขา, หรือ​เพื่อ​พิพากษา​พวก​เขา​ตาม​กฎ; และ​การ​นี้​พวก​เขา​ทำ​ไป​ตลอด​ทั่ว​แผ่นดิน.
  ๔๒ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​แอ​ลมาได้รับ​แต่งตั้ง​เป็น​หัวหน้า​ผู้​พิพากษา​คน​แรก, โดยที่​ท่าน​เป็น​มหา​ปุโรหิต​ด้วย, บิดา​ท่าน​จึง​มอบ​ตำแหน่ง​ให้ท่า​น, และ​มอบ​ความ​รับผิดชอบ​แก่​ท่าน​เกี่ยว​กับ​กิจจานุกิจ​ทั้งหมด​ของ​ศาสนจักร.
  ๔๓ และ​บัดนี้​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​แอลมาเดิน​ใน​ทาง​ของ​พระเจ้า, และ​ท่าน​รักษา​พระ​บัญญัติ​ของ​พระองค์, และ​ท่าน​พิพากษา​ด้วย​การ​พิพากษา​อัน​ชอบธรรม; และ​มีค​วาม​สงบ​สุข​ยืน​นาน​ทั่ว​แผ่นดิน.
  ๔๔ และ​ดังนั้น​การ​ปกครอง​ของ​ผู้​พิพากษา​ตลอด​ทั่ว​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา​จึง​เริ่ม​ขึ้น, ใน​บรรดา​ผู้คน​ทั้งหมด​ที่​เรียก​ว่า​ชาวนีไฟ; และ​แอ​ลมาเป็น​ผู้​พิพากษา​คน​แรก​และ​หัวหน้า​ผู้​พิพากษา.
  ๔๕ และ​บัดนี้​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​บิดา​ท่าน​สิ้นชีวิต, เมื่อ​มีอายุ​แปด​สิบ​สอง​ปี, ดำเนิน​ชีวิต​ตลอด​มา​เพื่อ​ทำให้​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​สมบูรณ์.
  ๔๖ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​โม​ไซ​ยาห์สิ้นชีวิต​เช่น​กัน, ใน​ปี​ที่​สาม​สิบ​สาม​แห่ง​การ​ปกครอง​ของ​ท่าน, มีอายุ​หก​สิบสาม​ปี; รวม​ทั้งสิ้น, ห้า​ร้อย​เก้า​ปี​นับ​แต่​เวลา​ที่​ลี​ไฮออก​จาก​เยรูซา​เล็ม​มา.
  ๔๗ และ​ดังนั้น​การ​ปกครอง​ของ​กษัตริย์​ดูแล​ผู้คน​ของ​นีไฟจึง​สิ้นสุด; และ​ดังนั้น​วัน​เวลา​ของ​แอลมา, ผู้​ก่อตั้ง​ศาสนจักร​ของ​พวก​เขา​จึง​สิ้นสุด.