พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หนังสือ​ของ​โม​ไซยาห์
บท​ที่ ๒
กษัตริย์​เบ็นจา​มิ​น​ปราศรัย​ต่อ​ผู้คน​ของ​ท่าน—ท่าน​บรรยาย​ถึง​ความ​เสมอภาค, ความ​เที่ยงธรรม, และ​วิญญาณ​ภาพ​แห่ง​การ​ปกครอง​ของ​ท่าน—ท่าน​แนะนำ​คน​เหล่า​นั้น​ให้​รับ​ใช้​กษัตริย์​แห่ง​สวรรค์​ของ​พวก​เขา—บรรดา​ผู้​ที่​กบฏ​ต่อ​พระผู้เป็นเจ้า​ต้อง​รับ​ทุกข์​จาก​ความ​ปวดร้าว​ดัง​ไฟ​ที่​ไม่​รู้​ดับ. ประมาณ ๑๒๔ ปี​ก่อน​ค​ริ​สต​กาล.
  ๑ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​หลังจาก​โม​ไซ​ยาห์ทำ​ไป​ดัง​ที่​บิดา​ได้​สั่ง​ท่าน, และ​ออก​ถ้อยแถลง​ไป​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน, ให้​ผู้คน​มา​รวม​กัน​ทั่ว​ทั้ง​แผ่นดิน, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ขึ้น​ไป​ยัง​พระ​วิหาร​เพื่อ​ฟัง​คำ​พูด​ซึ่ง​กษัตริย์​เบ็นจา​มิ​น​จะ​กล่าว​แก่​พวก​เขา.
  ๒ และ​มีค​น​เป็น​จำนวน​มาก, แม้​มาก​จน​ไม่​ได้​นับ​จำนวน; เพราะ​พวก​เขา​ขยาย​เผ่าพันธุ์​อย่าง​ยิ่ง​และ​เพิ่ม​จำนวน​ขึ้น​ใน​แผ่นดิน.
  ๓ และ​พวก​เขา​นำ​ลูก​สัตว์​หัวปี​ของฝูง​มา​ด้วย, เพื่อ​จะ​ถวาย​เครื่อง​พลีบูชา​และ​เครื่อง​เผา​บูชา​ตาม​กฎ​ของโมเสส;
  ๔ และ​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​น้อม​ขอบ​พระทัย​พระเจ้า​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​พวก​เขา​ด้วย, ผู้ทรง​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่นดิน​แห่ง​เยรูซา​เล็ม, และ​ผู้ทรง​ปลดปล่อย​พวก​เขา​ออก​จาก​เงื้อมมือ​ของ​ศัตรู​พวก​เขา, และ​ทรงแต่งตั้ง​คน​เที่ยงธรรม​ให้​เป็น​ผู้สอน​ของ​พวก​เขา, และ​คน​เที่ยงธรรม​คน​หนึ่ง​ให้​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​เขา​ด้วย, ซึ่ง​สร้าง​ความ​สงบ​สุข​ขึ้น​ใน​แผ่นดิน​แห่ง​เซราเฮ็มลา, และ​สอน​ให้​พวก​เขา​รักษา​พระบัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ชื่นชมยินดี​และ​เปี่ยม​ด้วย​ความรัก​ต่อ​พระผู้เป็นเจ้า​และ​มนุษย์​ทั้งปวง.
  ๕ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​พวก​เขา​ขึ้น​มายัง​พระ​วิหาร​แล้ว, พวก​เขา​ตั้ง​กระโจม​ของ​ตน​ราย​รอบ​สถาน​ที่​นั้น, ทุก​คน​ตามครอบครัว​ของ​ตน, อัน​มี​ภรรยา​ของ​เขา, และ​บรรดา​บุตร​ของ​เขา, และ​บรรดา​ธิดา​ของ​เขา, และ​บรรดา​บุตร​ของ​พวก​เขา, และ​บรรดา​ธิดา​ของ​พวก​เขา, นับ​แต่​คน​โต​สุด​จนถึง​คน​เล็ก​สุด, โดยที่​แต่ละ​ครอบครัว​อยู่​แยก​กัน.
  ๖ และ​พวก​เขา​ตั้ง​กระโจม​ของ​ตน​อยู่​รอบ​พระ​วิหาร, โดยที่​ชาย​ทุก​คน​ตั้งกระโจม​ให้​ประตู​หัน​ไป​ยัง​พระ​วิหาร, เพื่อ​โดย​การ​นั้น​พวก​เขา​จะ​ได้​อยู่​ใน​กระโจม​ของ​ตน​และ​ฟัง​ถ้อยคำ​ที่​กษัตริย์​เบ็นจา​มิ​น​จะ​พูด​กับ​พวก​เขา;
  ๗ เนื่องจาก​มหาชน​มากมาย​นัก​จน​กษัตริย์​เบ็นจา​มิ​น​ไม่​อาจ​สอน​พวก​เขา​ทั้งหมด​ภายใน​กำแพง​พระ​วิหาร, ฉะนั้น​ท่าน​จึง​ให้​สร้าง​หอ​สูง​ขึ้น​หอ​หนึ่ง, เพื่อ​โดย​การ​นั้น​ผู้คน​ของ​ท่าน​จะ​ได้ยิน​ถ้อยคำ​ที่​ท่าน​กล่าว​แก่​พวก​เขา.
  ๘ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​ท่าน​เริ่ม​พูด​กับ​ผู้คน​ของ​ท่าน​จาก​หอ​สูง; และ​คน​ทั้งหลาย​ไม่​อาจ​ได้ยิน​ถ้อยคำ​ของ​ท่าน​ได้​ทั่วถึง​เพราะ​ความ​ล้นหลาม​ของ​มหาชน; ฉะนั้น​ท่าน​จึง​ให้​เขียน​ถ้อยคำ​ตาม​ที่​ท่าน​พูด​ไว้​และ​ส่ง​ออก​ไป​ให้​คน​ทั้งหลาย​ที่​อยู่​ไกล​เกิน​จะ​ได้ยิน​เสียง​ท่าน, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​ถ้อยคำ​ของ​ท่าน​ด้วย.
  ๙ และ​นี่​คือ​ถ้อยคำ​ที่​ท่านกล่าว​และ​ให้​เขียน​ไว้, มีค​วาม​ว่า: พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ท่าน​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​ที่มา​ชุมนุม​กัน, ท่าน​ที่​ได้ยิน​ถ้อยคำ​ของ​ข้าพเจ้า​ซึ่ง​ข้าพเจ้า​จะ​กล่าว​แก่​ท่าน​วัน​นี้; เพราะ​ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​สั่ง​ให้ท่า​น​ขึ้น​มา​ที่​นี่​เพื่อ​ทำ​เล่น ๆ กับ​ถ้อยคำ​ที่​ข้าพเจ้า​จะ​กล่าว, แต่​เพื่อ​ท่าน​จะ​สดับฟัง​ข้าพเจ้า, และ​เปิด​หู​ท่าน​เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้ยิน, และใจ​ท่าน​เพื่อ​ท่าน​จะ​เข้าใจ, และจิต​ท่าน​เพื่อ​ความลี้ลับ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​จะ​คลี่​ออก​ต่อ​สายตา​ท่าน.
  ๑๐ ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​สั่ง​ให้ท่า​น​ขึ้น​มา​ที่​นี่​เพื่อ​ท่าน​จะ​เกรงกลัว​ข้าพเจ้า, หรือ​เพื่อ​ท่าน​จะ​คิด​ว่า​ตัว​ข้าพเจ้า​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​มนุษย์​อันเป็น​มรรตัย.
  ๑๑ แต่​ข้าพเจ้า​ก็​เหมือน​ตัว​ท่าน, ต้อง​อยู่​ภาย​ใต้​ความ​อ่อนแอ​ทุก​อย่าง​ทาง​ร่างกาย​และ​จิตใจ; กระนั้น ข้าพเจ้า​ได้​รับ​เลือก​โดย​คน​พวก​นี้, และ​ได้​รับ​การ​อุทิศ​ถวาย​โดย​บิดา​ข้าพเจ้า, และ​ได้​รับ​ความ​ยินยอม​โดย​พระ​หัตถ์​ของ​พระเจ้า​ให้​ข้าพเจ้า​เป็น​ผู้​ปกครอง​และ​กษัตริย์​เหนือ​คน​พวก​นี้; และ​ได้​รับ​การ​ดูแล​และ​การ​ปกปักรักษา​โดย​เด​ชานุ​ภาพ​อัน​หา​ที่​เปรียบ​มิได้​ของ​พระองค์, ให้​รับ​ใช้​ท่าน​ด้วย​สุด​พลัง, ความ​นึกคิด, และ​พละ​กำลัง​ซึ่ง​พระเจ้า​ประทาน​ให้​ข้าพเจ้า.
  ๑๒ ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า​ดัง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​รับ​ความ​ยินยอม​ให้​ใช้​วัน​เวลา​ของ​ข้าพเจ้า​ไป​ใน​การ​รับ​ใช้​ท่าน, แม้​จนถึง​เวลา​นี้, และ​มิได้​แสวง​หาทอง​หรือ​เงิน​หรือ​ของ​มี​ค่า​อย่าง​ใด​จาก​ท่าน​เลย;
  ๑๓ ทั้ง​ข้าพเจ้า​ไม่​ยอม​ให้ท่า​น​ต้อง​ถูก​คุม​ขัง​อยู่​ใน​คุก​ใต้​ดิน, หรือ​ปล่อย​ให้ท่า​น​เป็น​ทาส​ของ​กันและกัน, หรือ​ให้ท่า​นก​ระ​ทำ​ฆาตกรรม, หรือ​ปล้น​สะดม, หรือ​ลัก​ขโมย, หรือ​ประพฤติ​ล่วงประเวณี; หรือ​แม้​ข้าพเจ้า​ก็​ยัง​ไม่​ยอม​ให้ท่า​นก​ระ​ทำ​การ​ชั่ว​ร้าย​อย่าง​ใด, และ​สอน​ท่าน​ให้​รักษา​พระ​บัญญัติ​ของ​พระเจ้า, ใน​ทุก​สิ่ง​ที่​พระองค์​ทรง​บัญชา​ท่าน​ไว้—
  ๑๔ และ​แม้​ข้าพเจ้า, ตัว​ข้าพเจ้า, ก็​ทำงาน​ด้วย​มือ​ข้าพเจ้า​เอง​เพื่อ​จะ​ได้​รับ​ใช้​ท่าน, และ​เพื่อ​ท่าน​จะ​ไม่​ต้อง​แบก​ภาระ​ภาษี, และ​เพื่อ​จะ​ไม่​มี​สิ่ง​ใด​เกิด​กับ​ท่าน​ซึ่ง​เป็น​ภาระ​โศก​เศร้า​ที่​ต้อง​ทน—และ​จาก​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​ข้าพเจ้า​พูด​มา​นี้, ท่าน ตัว​ท่าน​เอง​เป็น​พยาน​อยู่​ใน​วัน​นี้.
  ๑๕ กระนั้น, พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​โอ้อวด, ทั้ง​ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​บอก​เรื่อง​เหล่า​นี้​เพื่อ​โดย​การ​นี้​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​กล่าวหา​ท่าน; แต่​ข้าพเจ้า​บอก​ท่าน​ถึง​เรื่อง​เหล่า​นี้​เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​จะ​ตอบ​ด้วยมโนธรรม​อัน​ใส​สะอาด​ได้​ต่อ​พระ​พักตร์​พระผู้เป็นเจ้า​ใน​วัน​นี้.
  ๑๖ ดูเถิด, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า​เพราะ​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​แล้ว​ว่า​ข้าพเจ้า​ใช้​วัน​เวลา​ของ​ข้าพเจ้า​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ท่าน, ข้าพเจ้า​ไม่​ปรารถนา​จะ​โอ้อวด, เพราะ​ข้าพเจ้า​อยู่​ใน​การ​รับ​ใช้​พระผู้เป็นเจ้า​นั่นเอง.
  ๑๗ และ​ดูเถิด, ข้าพเจ้า​บอก​ท่าน​ถึง​เรื่อง​เหล่า​นี้​เพื่อ​ท่าน​จะ​เรียน​รู้ปัญญา; เพื่อ​ท่าน​จะ​เรียน​รู้​ว่า​เมื่อ​ท่าน​อยู่​ใน​การ​รับใช้​เพื่อนมนุษย์​ของ​ท่าน ท่าน​ก็​อยู่​ใน​การ​รับ​ใช้​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ท่าน​นั่นเอง.
  ๑๘ ดูเถิด, ท่าน​เรียก​ข้าพเจ้า​เป็น​กษัตริย์​ของ​ท่าน; และ​หาก​ข้าพเจ้า, ผู้​ที่​ท่าน​เรียก​เป็น​กษัตริย์​ของ​ท่าน, ทำ​งาน​เพื่อ​รับใช้​ท่าน, แล้ว​ท่าน​มิค​ว​ร​หรือ​ที่​จะ​ทำ​งาน​เพื่อ​รับ​ใช้​กัน ?
  ๑๙ และ​ดู​ด้วย​เถิด, หาก​ข้าพเจ้า, ผู้​ที่​ท่าน​เรียก​เป็น​กษัตริย์​ของ​ท่าน, ผู้​ใช้​วัน​เวลา​ของ​เขา​ไป​ใน​การ​รับ​ใช้​ท่าน, และ​แม้​กระนั้น​อยู่​ใน​การ​รับ​ใช้​พระผู้เป็นเจ้า, สมควร​จะ​ได้​รับ​ความ​ขอบคุณ​จาก​ท่าน, โอ้​ท่าน​ควร​ขอบพระทัย​กษัตริย์​แห่ง​สวรรค์​ของ​ท่าน​เพียง​ใด !
  ๒๐ ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ว่า​หาก​ท่าน​จะ​น้อม​ขอบ​พระทัย​และ​คำสรรเสริญ​ทั้งหมด​ซึ่ง​จิต​วิญญาณ​ทั้ง​ดวง​ของ​ท่าน​มี​พลัง​ที่​จะ​ครอบครอง, แด่พระผู้เป็นเจ้า​พระองค์​นั้น​ผู้ทรง​สร้าง​ท่าน, และ​ทรง​ดูแล​และ​ปกปักรักษา​ท่าน​มา, และ​ทรง​ทำให้​ท่าน​ชื่นชมยินดี, และ​ทรง​ทำให้​ท่าน​อยู่​ด้วย​กัน​อย่าง​สงบ​สุข—
  ๒๑ ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า​หาก​ท่าน​จะ​รับ​ใช้​พระองค์​ผู้ทรง​สร้าง​ท่าน​มา​ตั้งแต่​ต้น, และ​ทรง​ปกปักรักษา​ท่าน​วันแล้ววันเล่า, โดย​ทรง​ให้ท่า​น​ยืม​ลม​หายใจ, เพื่อ​ท่าน​จะ​มี​ชีวิต​และ​เคลื่อนไหว​และ​ทำ​ตามเจตนา​ของ​ท่าน​เอง, และ​แม้​ทรง​ค้ำจุน​ท่าน​ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า—ข้าพเจ้า​กล่าว​ว่า, หาก​ท่าน​จะ​รับ​ใช้​พระองค์​ด้วย​จิต​วิญญาณ​ทั้ง​ดวง​ของ​ท่าน​แล้ว​ท่าน​ก็​จะ​ยัง​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ที่​ไม่​สมค่า.
  ๒๒ และ​ดูเถิด, ทั้งหมด​ที่​พระองค์​ทรง​เรียก​ร้อง​จาก​ท่าน​คือ​ให้รักษา​พระบัญญัติ​ของ​พระองค์; และ​พระองค์​ทรง​สัญญา​ว่า​หาก​ท่าน​จะ​รักษา​พระ​บัญญัติ​ของ​พระองค์​ท่าน​จะ​รุ่งเรือง​อยู่​ใน​แผ่นดิน; และ​พระองค์​ไม่​เคย​ทรงเปลี่ยนแปลง​ไป​จาก​ที่​พระองค์​รับสั่ง​เลย; ฉะนั้น, หาก​ท่านรักษา​พระ​บัญญัติ​ของ​พระองค์ พระองค์​ย่อม​ประทาน​พร​ให้ท่า​น​และ​ทรง​ทำให้​ท่าน​รุ่งเรือง.
  ๒๓ และ​บัดนี้, ประการ​แรก, พระองค์​ทรง​สร้าง​ท่าน​มา, และ​ประทาน​ชีวิต​ของ​ท่าน​ให้ท่า​น, ซึ่ง​โดย​การ​นั้น​ท่าน​จึง​เป็น​หนี้​พระองค์​อยู่.
  ๒๔ และ​ประการ​ที่​สอง, พระองค์​ทรง​เรียก​ร้อง​ให้ท่า​น​ทำ​ดัง​ที่​พระองค์​ทรง​บัญชา​ท่าน; เพราะ​โดย​การ​นี้​หาก​ท่าน​ทำ, พระองค์​ย่อม​ประทาน​พร​ให้ท่า​โดย​ทันที; และ​ฉะนั้น​พระองค์​จึง​ทรง​ตอบแทน​ท่าน​แล้ว. และ​ท่าน​ยัง​คง​เป็น​หนี้​พระองค์​อยู่, และ​เป็น​อยู่​ขณะ​นี้, และ​จะ​เป็น​อยู่, ตลอด​กาล​และ​ตลอด​ไป; ฉะนั้น, ท่าน​มี​สิ่ง​ใด​จะ​โอ้อวด​เล่า ?
  ๒๕ และ​บัดนี้​ข้าพเจ้า​ถาม, ท่าน​จะ​กล่าว​สิ่ง​ใด​ถึง​ตัว​ท่าน​ได้​เล่า ? ข้าพเจ้า​ตอบ​ท่าน, ไม่​เลย. ท่าน​จะ​กล่าว​ไม่​ได้​ว่า​ตัว​ท่าน​เป็น​แม้​เท่า​ผง​ธุลี​ของ​แผ่นดิน​โลก; กระนั้น​ท่าน​ยังสร้าง​ขึ้น​จาก​ผงธุลี​ของ​แผ่นดิน​โลก; แต่​ดูเถิด, มัน​เป็น​ของ​พระองค์​ผู้ทรง​สร้าง​ท่าน.
  ๒๖ และ​ข้าพเจ้า, แม้​ข้าพเจ้า, ผู้​ที่​ท่าน​เรียก​ว่า​กษัตริย์​ของ​ท่าน, ก็​ไม่​ดี​ไป​กว่า​ตัว​ท่าน​เลย; เพราะ​ข้าพเจ้า​มา​จาก​ผง​ธุลี​เช่น​กัน. และ​ท่าน​เห็น​แล้ว​ว่า​ข้าพเจ้า​ชรา, และ​กำลัง​จะ​คืน​ร่าง​แห่ง​มรรตัย​นี้​ให้​แผ่นดิน​แม่.
  ๒๗ ฉะนั้น, ดัง​ที่​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า​ข้าพเจ้า​ได้​รับ​ใช้​ท่าน, โดยเดิน​ไป​ด้วย​มโนธรรม​อัน​ใส​สะอาด​ต่อ​พระ​พักตร์​พระผู้เป็นเจ้า, แม้​เช่น​นั้น​ข้าพเจ้า​ให้ท่า​น​มา​ชุมนุม​กัน​อยู่​ใน​เวลา​นี้, ก็​เพื่อ​จะ​ได้​พบ​ว่า​ข้าพเจ้า​ไม่​มี​ข้อ​ตำหนิ, และ​เพื่อเลือด​ของ​ท่าน​จะ​ไม่​มา​อยู่​ที่​ข้าพเจ้า, เมื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ยืน​รับ​การ​พิพากษา​จาก​พระผู้เป็นเจ้า​ใน​เรื่อง​ที่​พระองค์​ทรง​บัญชา​ข้าพเจ้า​ไว้​เกี่ยว​กับ​ท่าน.
  ๒๘ ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า​ข้าพเจ้า​ให้ท่า​น​มา​ชุมนุม​กัน​เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้ขจัด​เลือด​ของ​ท่าน​ออก​จาก​อาภรณ์​ข้าพเจ้า, ใน​ระยะ​เวลา​นี้​เมื่อ​ข้าพเจ้า​กำลัง​จะ​ลง​ไป​สู่​หลุม​ศพ​ของ​ข้าพเจ้า, เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​ลง​ไป​อย่าง​สงบ​สุข, และวิญญาณ​อมตะ​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​สมทบ​กับ​คณะ​นักร้อง​เบื้องบน​ใน​การ​ขับ​ขาน​เพลง​สรรเสริญ​พระผู้เป็นเจ้า​ผู้ทรง​เที่ยงธรรม.
  ๒๙ และ​ยิ่ง​กว่า​นั้น, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า​ข้าพเจ้า​ให้ท่า​น​มา​ชุมนุม​กัน, เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​ประกาศ​แก่​ท่าน​ว่า​ข้าพเจ้า​จะ​เป็น​ผู้​สอน​ของ​ท่าน, หรือ​กษัตริย์​ของ​ท่าน​ไม่​ได้​อีก​ต่อ​ไป​แล้ว;
  ๓๐ เพราะ​แม้​ใน​เวลา​นี้, ทั้ง​ร่าง​ของ​ข้าพเจ้า​ก็​สั่น​อย่าง​ยิ่ง​เมื่อ​พยายาม​พูด​กับ​ท่าน; แต่​พระเจ้า​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​ค้ำจุน​ข้าพเจ้า, และ​ทรง​ยอม​ให้​ข้าพเจ้า​พูด​กับ​ท่าน, และ​ทรง​บัญชา​ให้​ข้าพเจ้า​ประกาศ​แก่​ท่าน​ใน​วัน​นี้, ว่า​โม​ไซ​ยาห์บุตร​ข้าพเจ้า​เป็น​กษัตริย์​และ​ผู้​ปกครอง​ดูแล​ท่าน.
  ๓๑ และ​บัดนี้, พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ข้าพเจ้า​อยาก​ให้ท่า​น​ทำ​ดัง​ที่​ท่าน​ทำ​มา​แล้ว​จนกระทั่ง​บัดนี้. ท่าน​รักษา​คำสั่ง​ของ​ข้าพเจ้า, และ​คำสั่ง​ของ​บิดา​ข้าพเจ้า​ด้วย, และ​รุ่งเรือง​มา, และ​ได้​รับ​การ​ปกป้อง​ไม่​ให้​ตก​อยู่​ใน​เงื้อมมือ​ของ​ศัตรู​ท่าน​ฉันใด, แม้​เช่น​นั้น​หาก​ท่าน​รักษา​คำสั่ง​ของ​บุตร​ข้าพเจ้า, หรือ​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ซึ่ง​เขา​จะ​มอบ​ให้ท่า​น, ท่าน​ก็​จะ​รุ่งเรือง​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ฉันนั้น, และ​ศัตรู​ของ​ท่าน​จะ​ไม่​มี​พลัง​เหนือ​ท่าน.
  ๓๒ แต่, โอ้​ผู้คน​ของ​ข้าพเจ้า, จง​ระวัง​เกลือก​ว่า​จะ​เกิด​การขัดแย้ง​ขึ้น​ใน​บรรดา​พวก​ท่าน, และ​ท่าน​เลือก​เชื่อฟัง​วิญญาณ​ร้าย, ซึ่ง​โม​ไซ​ยาห์บิดา​ข้าพเจ้า​พูด​ถึง.
  ๓๓ เพราะ​ดูเถิด, วิบัติ​อย่าง​หนึ่ง​กำหนด​ให้​เกิด​แก่​คน​ที่​เลือก​เชื่อฟัง​วิญญาณ​นั้น; เพราะ​หาก​เขา​เลือก​เชื่อฟัง​มัน, และ​คง​อยู่​และ​ตาย​ใน​บาป​ของ​เขา, คน​คน​นั้น​ย่อม​ดื่ม​ความอัปมงคล​เข้าไป​ใน​จิต​วิญญาณ​ของ​เขา​เอง; เพราะ​เขา​ย่อม​ได้​รับ​โทษ​อันเป็นนิจ​เป็น​ค่า​จ้าง​ของ​เขา, โดยที่​ล่วง​ละเมิด​กฎ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ซึ่ง​ขัด​กับ​ความ​รู้​ของ​เขา​เอง.
  ๓๔ ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ว่า​ไม่​มี​ใคร​เลย​ใน​บรรดา​พวก​ท่าน, เว้นแต่​เด็ก​เล็ก ๆ ของ​ท่าน​ที่​ไม่​ได้​รับ​การ​สอน​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​เหล่า​นี้, ที่​ไม่​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​หนี้​นิรันดร์ต่อ​พระ​บิดา​บน​สวรรค์​ของ​ท่าน, ที่​จะ​ถวาย​ทุก​สิ่ง​ที่​ท่าน​มี​อยู่​และ​เป็น​อยู่​แด่​พระองค์; และ​ได้​รับ​การ​สอน​เกี่ยว​กับ​บันทึก​ซึ่ง​มี​คำ​พยากรณ์​ที่​พูด​ไว้​โดย​ศาสดา​พยากรณ์​ผู้​บริสุทธิ์, แม้​เรื่อย​ลง​มา​ถึง​เวลา​ลีไฮ, บรรพบุรุษ​ของ​เรา, ออก​จาก​เยรูซา​เล็ม;
  ๓๕ และ, ทุก​สิ่ง​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​พูด​ไว้​จนถึง​บัดนี้​ด้วย. และ​ดูเถิด, คน​เหล่า​นั้น​พูด​ถึง​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ทรง​บัญชา​ท่าน, ด้วย; ฉะนั้น, มัน​จึง​เที่ยงธรรม​และ​จริง.
  ๓๖ และ​บัดนี้, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ว่า​หลังจาก​ท่าน​รู้​และ​ได้​รับ​การ​สอน​ใน​เรื่อง​ทั้งหมด​นี้​แล้ว, หาก​ท่าน​จะ​ล่วง​ละเมิด​และ​ประพฤติ​ตน​ขัด​กับ​สิ่ง​ที่​กล่าว​ไว้, จน​ท่าน​ถอน​ตัว​ไป​จาก​พระ​วิญญาณ​ของ​พระเจ้า, จน​พระองค์​ไม่​มี​ที่​อยู่​ใน​ท่าน​เพื่อ​ทรง​นำ​ท่าน​ไป​ใน​วิถี​แห่ง​ปัญญา​เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​รับ​พร, ความ​รุ่งเรือง, และ​การ​ปกปักรักษา—
  ๓๗ ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ว่าผู้​ใด​ที่ทำการ​นี้, ผู้​เดียวกัน​นั้น​ย่อม​ออก​มากบฏ​ต่อ​พระผู้เป็นเจ้า​อย่าง​เปิดเผย; ฉะนั้น​เขา​จึง​เลือก​เชื่อฟัง​วิญญาณ​ร้าย, และ​กลาย​เป็น​ศัตรู​ต่อ​ความชอบ​ธรรม​ทั้งมวล; ฉะนั้น, พระเจ้า​จึง​ไม่​ทรง​มี​ที่​อยู่​ใน​เขา, เพราะ​พระองค์​มิ​ทรง​สถิต​ใน​วิหาร​ที่​ไม่บริสุทธิ์.
  ๓๘ ฉะนั้น​หาก​คน​นั้น​หา​ได้​กลับใจ​ไม่, และ​ดำรง​อยู่​และ​ตาย​โดย​เป็น​ศัตรู​กับ​พระผู้เป็นเจ้า​แล้ว, ข้อ​เรียก​ร้อง​ความยุติธรรม​แห่ง​สวรรค์​จึง​ปลุก​จิต​วิญญาณ​อันเป็น​อมตะ​ของ​เขา​มา​สู่​ความ​รู้สึก​รุ่ม​ร้อน​ใน​ความผิด​ของ​ตน​เอง, ซึ่ง​ทำให้​เขา​ระย่อ​ต่อ​ที่​ประทับ​ของ​พระเจ้า, และ​ทำให้​ใน​อก​ของ​เขา​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​รู้สึก​ผิด, และ​ความ​เจ็บปวด, และ​ความ​ปวดร้าว, ซึ่ง​เปรียบ​เหมือน​เพลิง​ที่​ไม่​รู้​ดับ, ซึ่ง​เปลว​เพลิง​นั้น​ลุก​โชน​อยู่​ตลอด​กาล​และ​ตลอด​ไป.
  ๓๙ และ​บัดนี้​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ว่าความเมตตา​ก็​ไม่​มี​สิทธิ์​เหนือ​ผู้​นั้น; ฉะนั้น​ชะตา​กรรม​ใน​วาระ​สุดท้าย​ของ​เขา​คือ​การ​ทน​ทุกข์​ทรมาน​อัน​ไม่​มี​วัน​สิ้นสุด.
  ๔๐ โอ้, ท่าน​ผู้​สูงอายุ​ทั้งหลาย, และ​ท่าน​คน​หนุ่ม​ด้วย, และ​ท่าน​เด็ก​เล็ก ๆ ผู้​ที่​เข้าใจ​ถ้อยคำ​ข้าพเจ้า​ได้, เพราะ​ข้าพเจ้า​พูด​อย่าง​แจ้ง​ชัด​กับ​ท่าน​เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​เข้าใจ, ข้าพเจ้า​สวด​อ้อนวอน​ให้ท่า​น​ตื่น​ขึ้น​มา​สู่​ความ​ทรงจำ​ถึง​สถานการณ์​อัน​น่า​สะพรึงกลัว​ของ​คน​ที่​ตก​อยู่​ใน​การ​ล่วง​ละเมิด.
  ๔๑ และ​ยิ่ง​กว่า​นั้น, ข้าพเจ้า​ปรารถนา​ให้ท่า​น​พิจารณา​ถึง​สภาพ​อันเป็น​พร​และ​เป็นสุข​ของ​คน​ที่​รักษา​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า. เพราะ​ดูเถิด, พวก​เขา​ได้​รับพร​ใน​ทุก​สิ่ง, ทั้ง​ฝ่าย​โลก​และ​ฝ่าย​วิญญาณ; และ​หาก​พวก​เขา​ยืนหยัด​อย่างซื่อสัตย์​จนกว่า​ชีวิต​จะ​หาไม่​แล้ว​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​เข้า​สู่สวรรค์, เพื่อ​โดย​การ​นั้น​พวก​เขา​จะ​พำนัก​อยู่​กับ​พระผู้เป็นเจ้า​ใน​สภาพ​แห่ง​ความ​สุข​อัน​ไม่​รู้​จบ. โอ้​จง​จำ, จง​จำ​ไว้​ว่า​เรื่อง​เหล่า​นี้​จริง; เพราะ​พระเจ้า​พระผู้เป็นเจ้า​รับสั่ง​ไว้.