สมาชิกองค์ที่สามของพระผู้เป็นเจ้าสามพระองค์ (๑ ยน. ๕:๗;
คพ. ๒๐:๒๘). พระองค์ทรงเป็นพระอติรูปของพระวิญญาณ, ซึ่งไม่มีพระวรกายเป็นเนื้อหนังและกระดูก (
คพ. ๑๓๐:๒๒). พระคัมภีร์มักกล่าวถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่าทรงเป็นพระวิญญาณ, หรือพระวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้า.
อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะมาอยู่กับบุคคลคนหนึ่งได้ก่อนบัพติศมาและเป็นพยานว่าพระกิตติคุณเป็นความจริง. แต่สิทธิที่จะมีพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเพื่อนตลอดเวลา, เมื่อใดก็ตามที่เรามีค่าควร, เป็นของประทานที่จะรับได้ด้วยการวางมือจากผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคเท่านั้นภายหลังบัพติศมาโดยสิทธิอำนาจเข้ามาในศาสนจักรที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์.
พระวิญญาณกระทำให้มนุษย์ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของพระผู้เป็นเจ้า,
อสค. ๓๖:๒๗. อัครสาวกได้รับมอบหมายที่จะให้บัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณบริสุทธิ์,
มธ. ๒๘:๑๙. พระวิญญาณบริสุทธิ์จะสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง,
ยอห์น ๑๔:๒๖. คนบริสุทธิ์กล่าวคำตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา,
๒ ปต. ๑:๒๑. นีไฟได้รับการนำโดยพระวิญญาณ,
๑ นี. ๔:๖. ความลี้ลับของพระผู้เป็นเจ้าจะสำแดงแก่พวกเขาโดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์,
๑ นี. ๑๐:๑๗–๑๙. พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงแสดงแก่ท่านถึงสิ่งทั้งปวงที่ท่านควรทำ,
๒ นี. ๓๒:๕. โดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ท่านจะรู้ความจริงของทุกเรื่อง,
โมโร. ๑๐:๕. พระวิญญาณบริสุทธิ์จะบอกท่านในความนึกคิดและในใจท่าน,
คพ. ๘:๒. พระวิญญาณทรงนำให้ทำความดี,
คพ. ๑๑:๑๒. พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรู้สิ่งทั้งปวง,
คพ. ๓๕:๑๙. พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสอนสิ่งที่ส่งเสริมความสงบสุขของอาณาจักร,
คพ. ๓๖:๒ (
คพ. ๓๙:๖). หากเจ้าไม่ได้รับพระวิญญาณ, เจ้าจะไม่สอน,
คพ. ๔๒:๑๔. พระวิญญาณบริสุทธิ์รับสั่งคำพยานถึงพระบิดาและถึงพระบุตร,
คพ. ๔๒:๑๗ (๑ คร. ๑๒:๓;
๓ นี. ๑๑:๓๒, ๓๕–๓๖). แก่บางคนมีให้ไว้โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อรู้ว่าพระเยซูคริสต์คือพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า,
คพ. ๔๖:๑๓. สิ่งใดก็ตามที่พวกเขาจะกล่าวเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจจะเป็นพระคัมภีร์,
คพ. ๖๘:๔. พระวิญญาณบริสุทธิ์จะฉายออกไปในการรับสั่งคำพยานต่อสิ่งทั้งปวงไม่ว่าอะไรก็ตามที่เจ้าจะกล่าว,
คพ. ๑๐๐:๘. พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเป็นเพื่อนที่ยั่งยืนของท่าน,
คพ. ๑๒๑:๔๕–๔๖.