|
หัวข้อเรียงตามลำดับตัวอักษร
พระเยซูคริสต์
พระคริสต์ (คำในภาษากรีก) และ พระเมสสิยาห์ (คำในภาษาฮีบรู) หมายถึง “ผู้ได้รับการเจิม.” พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรหัวปีของพระบิดาในวิญญาณ (ฮบ. ๑:๖; คพ. ๙๓:๒๑). พระองค์ทรงเป็นพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดจากพระบิดาในเนื้อหนัง (ยอห์น ๑:๑๔; ๓:๑๖). พระองค์ทรงเป็นพระเยโฮวาห์ ( คพ. ๑๑๐:๓–๔) และทรงได้รับแต่งตั้งล่วงหน้าสู่การเรียกอันสำคัญยิ่งของพระองค์ก่อนการสร้างโลก. ภายใต้การกำกับดูแลของพระบิดา, พระเยซูทรงสร้างแผ่นดินโลกและสิ่งทั้งปวงบนนั้น (ยอห์น ๑:๓, ๑๔; โมเสส ๑:๓๑–๓๓). พระองค์ทรงถือกำเนิดจากมารีย์ที่เบธเลเฮม, ทรงดำเนินพระชนม์ชีพอันปราศจากบาป, และทรงกระทำการชดใช้บาปของมนุษยชาติทั้งปวงอย่างสมบูรณ์โดยการหลั่งพระโลหิตของพระองค์และพลีพระชนม์ชีพบนกางเขน (มธ. ๒:๑; ๑ นี. ๑๑:๑๓–๓๓; ๓ นี. ๒๗:๑๓–๑๖; คพ. ๗๖:๔๐–๔๒). พระองค์ทรงลุกขึ้นจากบรรดาคนตาย, ด้วยเหตุนี้จึงทรงยืนยันการฟื้นคืนชีวิตของมนุษยชาติทั้งปวงในที่สุด. โดยผ่านการชดใช้และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู, ผู้ที่กลับใจจากบาปและเชื่อฟังพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าจะดำเนินชีวิตกับพระเยซูและพระบิดาได้ชั่วนิรันดร์ ( ๒ นี. ๙:๑๐–๑๒; ๒๑–๒๒; คพ. ๗๖:๕๐–๕๓, ๖๒).
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระสัตภาวะยิ่งใหญ่ที่สุดที่ถือกำเนิดบนโลกนี้. พระชนม์ชีพของพระองค์เป็นแบบอย่างอันสมบูรณ์ของวิถีซึ่งมนุษยชาติทั้งปวงควรดำเนิน. การสวดอ้อนวอน, การให้พร, และศาสนพิธีฐานะปุโรหิตทั้งปวงพึงกระทำในพระนามของพระองค์. พระองค์ทรงเป็นเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย, พระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย, พระผู้สร้าง, พระผู้ช่วยให้รอด, และพระผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินโลกทั้งหมด.
พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาอีกครั้งในเดชานุภาพและรัศมีภาพเพื่อปกครองบนแผ่นดินโลกระหว่างมิลเลเนียม. ในวันสุดท้าย, พระองค์จะทรงพิพากษามนุษยชาติทั้งปวง ( แอลมา ๑๑:๔๐–๔๑; จส—ม ๑).
สรุปพระชนม์ชีพของพระองค์ (ตามลำดับเหตุการณ์): การประสูติและพระพันธกิจของพระเยซูมีบอกไว้ล่วง
หน้า, ลูกา ๑:๒๖–๓๘ (อสย. ๗:๑๔; ๙:๖–๗; ๑ นี. ๑๑). ประสูติ, ลูกา ๒:๑–๗ (มธ. ๑:๑๘–๒๕). ทรงเข้าสุหนัต, ลูกา ๒:๒๑. ได้รับการถวายในพระวิหาร, ลูกา ๒:๒๒–๓๘. นักปราชญ์มาเข้าเฝ้า, มธ. ๒:๑–๑๒. โยเซฟกับมารีย์พาพระองค์หนีไปอียิปต์, มธ. ๒:๑๓–๑๘. พาพระองค์ไปนาซาเร็ธ, มธ. ๒:๑๙–๒๓. เสด็จไปพระวิหารเมื่อพระชนมายุสิบสองชันษา, ลูกา ๒:๔๑–๕๐. มีน้องชายน้องสาว, มธ. ๑๓:๕๕–๕๖ (มาระโก ๖:๓). ทรงรับบัพติศมา, มธ. ๓:๑๓–๑๗ (มาระโก ๑:๙–๑๑; ลูกา ๓:๒๑–๒๒). มารล่อลวงพระองค์, มธ. ๔:๑–๑๑ (มาระโก ๑:๑๒–๑๓; ลูกา ๔:๑–๑๓). ทรงเรียกสาวกของพระองค์, มธ. ๔:๑๘–๒๒ (มธ. ๙:๙; มาระโก ๑:๑๖–๒๐; ๒:๑๓–๑๔; ลูกา ๕:๑–๑๑, ๒๗–๒๘; ๖:๑๒–๑๖; ยอห์น ๑:๓๕–๕๑). ทรงมอบมายงานให้อัครสาวกสิบสอง, มธ. ๑๐:๑–๔ (มาระโก ๓:๑๓–๑๙; ลูกา ๖:๑๒–๑๖). ประทานคำเทศนาบนภูเขา, มธ. ๕–๗. ทรงบอกล่วงหน้าถึงการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์, มธ. ๑๖:๒๑ (มธ. ๑๗:๒๒–๒๓; ๒๐:๑๗–๑๙; มาระโก ๘:๓๑; ๙:๓๐–๓๒; ๑๐:๓๒–๓๔; ลูกา ๙:๒๒; ๑๘:๓๑–๓๔). ทรงจำแลงพระกาย, มธ. ๑๗:๑–๙ (มาระโก ๙:๒–๘; ลูกา ๙:๒๘–๓๖). ทรงส่งสาวกเจ็ดสิบออกไป, ลูกา ๑๐:๑–๒๐. เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต, มธ. ๒๑:๑–๑๑ (มาระโก ๑๑:๑–๑๑; ลูกา ๑๙:๒๙–๔๐; ยอห์น ๑๒:๑๒–๑๕). ทรงจัดตั้งศีลระลึก, มธ. ๒๖:๒๖–๒๙ (มาระโก ๑๔:๒๒–๒๕; ลูกา ๒๒:๑๙–๒๐). ทรงทุกขเวทนาและทรงสวดอ้อนวอนในเกทเสมนี, มธ. ๒๖:๓๖–๔๖ (มาระโก ๑๔:๓๒–๔๒; ลูกา ๒๒:๓๙–๔๖). ทรงถูกทรยศ, ถูกจับกุม, และถูกทอดทิ้ง, มธ. ๒๖:๔๗–๕๖ (มาระโก ๑๔:๔๓–๕๓; ลูกา ๒๒:๔๗–๕๔; ยอห์น ๑๘:๒–๑๓). ทรงถูกตรึงกางเขน, มธ. ๒๗:๓๑–๕๔ (มาระโก ๑๕:๒๐–๔๑; ลูกา ๒๓:๒๖–๒๘, ๓๒–๔๙; ยอห์น ๑๙:๑๖–๓๐). ทรงฟื้นคืนพระชนม์, มธ. ๒๘:๑–๘ (มาระโก ๑๖:๑–๘; ลูกา ๒๔:๑–๑๒; ยอห์น ๒๐:๑–๑๐). ทรงปรากฏหลังจากพระองค์ฟื้นคืนพระชนม์, มธ. ๒๘:๙–๒๐ (มาระโก ๑๖:๙–๑๘; ลูกา ๒๔:๑๓–๔๘; ยอห์น ๒๐:๑๑–๓๑; กิจการ ๑:๓–๘; ๑ คร. ๑๕:๕–๘). เสด็จขึ้นสวรรค์, มาระโก ๑๖:๑๙–๒๐ (ลูกา ๒๔:๕๑–๕๓; กิจการ ๑:๙–๑๒). ทรงปรากฏต่อชาวนีไฟ, ๓ นี. ๑๑:๑–๑๗ ( ๓ นี. ๑๑–๒๖). ทรงปรากฏต่อโจเซฟ สมิธ, จส—ป ๑:๑๕–๒๐. |v5
สิทธิอำนาจ: การปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน, อสย. ๙:๖ ( ๒ นี. ๑๙:๖). พระเยซูทรงสั่งสอนเฉกเช่นผู้มีสิทธิอำนาจ, มธ. ๗:๒๘–๒๙ (มาระโก ๑:๒๒). บุตรมนุษย์มีอำนาจในโลกที่จะโปรดยกความผิดบาปได้, มธ. ๙:๖, พระเยซูทรงสั่งผีโสโครกด้วยสิทธิอำนาจและมันจำต้องเชื่อฟังพระองค์, มาระโก ๑:๒๗ (ลูกา ๔:๓๓–๓๖). พระเยซูทรงแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองให้มีอำนาจ, มาระโก ๓:๑๔–๑๕. คำของพระเยซูประกอบด้วยสิทธิอำนาจ, ลูกา ๔:๓๒. พระบิดาทรงมอบการพิพากษาทั้งสิ้นไว้กับพระบุตร, ยอห์น ๕:๒๒, ๒๗. พระเจ้าทรงเจิมพระเยซูด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยอำนาจ, กิจการ ๑๐:๓๘. พระคริสต์ทรงได้รับการแต่งตั้งล่วงหน้าก่อนการวางรากฐานของโลก, ๑ ปต. ๑:๒๐ ( อีเธอร์ ๓:๑๔). พระคริสต์ทรงมีกุญแจแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย, วว. ๑:๑๘. มนุษย์ทั้งปวงขึ้นอยู่กับพระคริสต์, ๒ นี. ๙:๕. พระเยซูคริสต์, พระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า, พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์และแห่งแผ่นดินโลก, พระผู้สร้างสารพัดสิ่งนับจากเริ่มต้นมา, ฮีล. ๑๔:๑๒. พระคริสต์เสด็จมาตามพระประสงค์ของพระบิดาเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระองค์, คพ. ๑๙:๒๔. พระเยซูทรงได้รับสมบูรณ์แห่งรัศมีภาพของพระบิดา; และพระองค์ทรงได้รับเดชานุภาพทั้งปวง, คพ. ๙๓:๓–๔, ๑๖–๑๗ (ยอห์น ๓:๓๕–๓๖).
แบบอย่างของพระเยซูคริสต์: เราได้วางแบบอย่างแก่ท่านแล้ว, ยอห์น ๑๓:๑๕. เราเป็นทางนั้น, เป็นความจริง, และเป็นชีวิต, ยอห์น ๑๔:๖. พระคริสต์ก็ได้ทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อเรา, ให้เป็นแบบอย่างแก่เรา , เพื่อเราจะได้ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์, ๑ ปต. ๒:๒๑. นอกจากมนุษย์จะทำตามตัวอย่างของพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระชนม์, เขาจะไม่สามารถรับการช่วยให้รอดได้, ๒ นี. ๓๑:๑๖. เราอยากให้เจ้าดีพร้อมแม้ดังเรา, ๓ นี. ๑๒:๔๘. สิ่งนี้เจ้าจงถือปฏิบัติเสมอ, แม้ดังที่เราทำ, ๓ นี. ๑๘:๖. เราทำแบบอย่างไว้ให้เจ้า ๓ นี. ๑๘:๑๖. งานที่เจ้าเห็นเราทำมาแล้วเจ้าจงทำด้วย, ๓ นี. ๒๗:๒๑, ๒๗. ผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์จะเป็นเหมือนพระองค์, โมโร. ๗:๔๘. |v7
รัศมีภาพของพระเยซูคริสต์: พระสิริของพระเจ้าเต็มพลับพลา, อพย. ๔๐:๓๔–๓๘. แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระองค์, อสย. ๖:๓ ( ๒ นี. ๑๖:๓). พระสิริของพระเจ้าขึ้นมาเหนือเจ้า, อสย. ๖๐:๑–๒. บุตรมนุษย์จะเสด็จมาด้วยพระสิริแห่งพระบิดาของพระองค์, มธ. ๑๖:๒๗. ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ได้รับเกียรติต่อพระพักตร์ของพระองค์ คือเกียรติซึ่งข้าพระองค์ได้มีร่วมกับพระองค์ก่อนที่โลกนี้มีมา, ยอห์น ๑๗:๕. พระผู้บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลต้องทรงปกครองด้วยรัศมีภาพอันยิ่งใหญ่, ๑ นี. ๒๒:๒๔. เรามีความหวังในรัศมีภาพของพระองค์, เจคอบ ๔:๔. บุตรแห่งพระมหาบุรุษเสด็จมาในรัศมีภาพของพระองค์, แอลมา ๕:๕๐. พระองค์ทรงอรรถาธิบายเรื่องทั้งหมด, แม้ตั้งแต่ต้นจนถึงเวลาที่พระองค์จะเสด็จมาในรัศมีภาพของพระองค์, ๓ นี. ๒๖:๓. อัครสาวกของเราจะยืนนุ่งห่มด้วยรัศมีภาพแม้ดังที่เราเป็น, คพ. ๒๙:๑๒ ( คพ. ๔๕:๔๔). เราเห็นรัศมีภาพของพระบุตร, ทางพระหัตถ์ขวาของพระบิดา, คพ. ๗๖:๑๙–๒๓. ยอห์นเห็นและกล่าวคำพยานถึงความสมบูรณ์แห่งรัศมีภาพของเรา, คพ. ๙๓:๖ (ยอห์น ๑:๑๔). สีพระพักตร์ส่องสว่างเหนือความเจิดจ้าของดวงอาทิตย์, คพ. ๑๑๐:๓. รัศมีภาพของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้า, และข้าพเจ้าเห็นพระพักตร์ของพระองค์, โมเสส ๑:๑–๑๑. นี่คืองานของเราและรัศมีภาพของเรา, โมเสส ๑:๓๙.
พระประมุขของศาสนจักร: พระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร, อฟ. ๕:๒๓ (อฟ. ๑:๒๒; ๔:๑๕). พระองค์ทรงเป็นศีรษะของกาย, คือคริสตจักร, คส. ๑:๑๘. นี่คือศาสนจักรของเรา, โมไซยาห์ ๒๖:๒๒ ( โมไซยาห์ ๒๗:๑๓). พระคริสต์ทรงเป็นพระผู้ทรงลิขิตและพระผู้ทรงประสิทธิ์ศรัทธาของพวกเขา, โมโร. ๖:๑–๔. ศาสนจักรนี้เราสถาปนา, คพ. ๓๓:๕ ( ๓ นี. ๒๗:๓–๘).
พระผู้พิพากษา: พระองค์จะทรงพิพากษาโลกด้วยความชอบธรรม, สดด. ๙:๘ ( ๓ นี. ๒๗:๑๖). พระองค์เสด็จมาพิพากษาโลก, สดด. ๙๖:๑๓. พระผู้เป็นเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนอธรรม, ปญจ. ๓:๑๗. พระองค์จะทรงวินิจฉัยระหว่างบรรดาประชาชาติ, อสย. ๒:๔ (มีคาห์ ๔:๓; ๒ นี. ๑๒:๔). พระองค์จะพิพากษาคนจนด้วยความชอบธรรม, อสย. ๑๑:๒–๔. พระบิดาได้ทรงมอบการพิพากษาทั้งสิ้นไว้กับพระบุตร, ยอห์น ๕:๒๒. ถึงแม้ว่าเราจะพิพากษา, การพิพากษาของเราก็ถูกต้อง, ยอห์น ๘:๑๖. พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นผู้พิพากษาทั้งคนเป็นและคนตาย, กิจการ ๑๐:๔๒ (๒ ทธ. ๔:๑). พระเจ้าทรงพิพากษาความลับของมนุษย์โดยพระเยซูคริสต์, รม. ๒:๑๖. เราทุกคนต้องยืนอยู่หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์, รม. ๑๔:๑๐ (๒ คร. ๕:๑๐; แอลมา ๑๒:๑๒; มอร. ๓:๒๐; ๗:๖; อีเธอร์ ๑๒:๓๘; คพ. ๑๓๕:๕). มนุษย์ทั้งปวงมาสู่พระผู้เป็นเจ้าเพื่อรับการพิพากษาของพระองค์ตามความจริงและความบริสุทธิ์ที่มีอยู่ในพระองค์, ๒ นี. ๒:๑๐. ยืนต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อรับการพิพากษาตามการกระทำ, แอลมา ๕:๑๕ ( แอลมา ๑๒:๑๕; ๓๓:๒๒; ๓ นี. ๒๗:๑๔). พระผู้เป็นเจ้าและพระคริสต์ทรงเป็นผู้พิพากษาของคนทั้งปวง, คพ. ๗๖:๖๘.
การปกครองมิลเลเนียมของพระคริสต์: การปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน, อสย. ๙:๖ ( ๒ นี. ๑๙:๖). เราจะอยู่ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย, พระเจ้าตรัส, ศคย. ๒:๑๐–๑๒ (ศคย. ๑๔:๙). พระเจ้าจะประทานพระที่นั่งของดาวิดบรรพบุรุษของพระเยซูให้แก่พระองค์, ลูกา ๑:๓๐–๓๓. พระคริสต์จะทรงครอบครองตลอดไปเป็นนิตย์, วว. ๑๑:๑๕. คนเหล่านั้นจะปกครองกับพระคริสต์เป็นเวลาหนึ่งพันปี, วว. ๒๐:๔ ( คพ. ๗๖:๖๓). เนื่องจากความชอบธรรมของผู้คนของพระองค์, ซาตานจะไม่มีอำนาจ, ๑ นี. ๒๒:๒๖ (วว. ๒๐:๑–๓). เราจะดำรงอยู่ในความชอบธรรมกับมนุษย์บนแผ่นดินโลกหนึ่งพันปี, คพ. ๒๙:๑๑ ( คพ. ๔๓:๒๙–๓๐). จงขึ้นอยู่กับอำนาจที่ดำรงอยู่, จนกว่าพระองค์จะทรงปกครองซึ่งเป็นสิทธิ์แห่งพระองค์ที่จะทรงปกครอง, คพ. ๕๘:๒๒ (๑ คร. ๑๕:๒๕). พระคริสต์จะทรงปกครองแผ่นดินโลกด้วยพระองค์เอง, ลช. ๑:๑๐ (อสย. ๓๒:๑).
การปรากฏหลังความเป็นมรรตัยของพระคริสต์: เมื่อพระเยซูทรงเป็นขึ้นมาแล้ว, พระองค์ทรงปรากฏต่อมารีย์ก่อน, มาระโก ๑๖:๙ (ยอห์น ๒๐:๑๑–๑๘). พระเยซูเสด็จพระราชดำเนินและตรัสกับสาวกสองคนบนถนนไปเอมมาอูส, ลูกา ๒๔:๑๓–๓๔. พระเยซูทรงปรากฏต่ออัครสาวก, ผู้ได้คลำพระหัตถ์และพระบาทของพระองค์, ลูกา ๒๔:๓๖–๔๓ (ยอห์น ๒๐:๑๙–๒๐). พระเยซูทรงปรากฏต่อโธมัส, ยอห์น ๒๐:๒๔–๒๙. พระเยซูทรงปรากฏต่อสาวกที่ทะเลทิเบเรียส, ยอห์น ๒๑:๑–๑๔. พระเยซูทรงปฏิบัติศาสนกิจสี่สิบวันหลังจากฟื้นคืนพระชนม์, กิจการ ๑:๒–๓. สเทเฟนเห็นพระเยซูทรงยืนเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า, กิจการ ๗:๕๕–๕๖. พระเยซูทรงปรากฏต่อเซาโล, กิจการ ๙:๑–๘ (ปจส., กิจการ ๙:๗; ๒๖:๙–๑๗). ประชาชนกว่า 500 คนเห็นพระคริสต์, ๑ คร. ๑๕:๓–๘. พระเยซูคริสต์ทรงแสดงองค์ต่อผู้คนของนีไฟ, ๓ นี. ๑๑:๑–๑๗. คน 2,500 คนเห็นและได้ยินพระเยซู, ๓ นี. ๑๗:๑๖–๒๕. พระเจ้าเสด็จเยือนมอรมอน, มอร. ๑:๑๕. โจเซฟ สมิธและซิดนีย์ ริกดันเห็นพระเยซูทางพระหัตถ์ขวาของพระผู้เป็นเจ้า, คพ. ๗๖:๒๒–๒๓. โจเซฟ สมิธและออลิเวอร์ คาวเดอรีเห็นพระเจ้าในพระวิหารเคิร์ทแลนด์, คพ. ๑๑๐:๑–๔. โจเซฟ สมิธเห็นพระเยซู, จส—ป ๑:๑๕–๑๗.
การดำรงอยู่ก่อนความเป็นมรรตัยของพระคริสต์: พระเจ้าทรงปรากฏต่ออับราม, ปฐก. ๑๒:๗ (ปฐก. ๑๗:๑; ๑๘:๑; อับรา. ๒:๖–๘). พระเจ้าตรัสกับโมเสสสองต่อสอง, อพย. ๓๓:๑๑ (ฉธบ. ๓๔:๑๐; โมเสส ๑:๑–๒). ข้าพเจ้าเห็นพระเจ้าประทับยืนอยู่ข้างแท่นบูชา, อาโมส ๙:๑. ในปฐมกาล, พระวาทะดำรงอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า. และพระวาทะทรงบังเกิดเป็นมนุษย์, และทรงอยู่ท่ามกลางเรา, ยอห์น ๑:๑, ๑๔ (๑ ยน. ๑:๑–๓). เราดำรงอยู่, ก่อนอับราฮัมเกิด, ยอห์น ๘:๕๘. ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ได้รับเกียรติต่อพระพักตร์ของพระองค์ คือเกียรติซึ่งข้าพระองค์ได้มีร่วมกับพระองค์ก่อนที่โลกนี้มีมา, ยอห์น ๑๗:๕. อิสยาห์เห็นพระผู้ไถ่จริงๆ ดังที่ข้าพเจ้าและเจคอบน้องชายข้าพเจ้าเห็นพระองค์, ๒ นี. ๑๑:๒–๓. ในวันพรุ่งเราจะเข้ามาในโลก, ๓ นี. ๑:๑๒–๑๔. พระคริสต์ทรงดำรงอยู่มาก่อนโลกเริ่มต้น, ๓ นี. ๒๖:๕ (ยอห์น ๖:๖๒). เราปรากฏแก่เจ้าอย่างไร เราจะปรากฏแก่ผู้คนของเราอย่างนั้นในเนื้อหนัง, อีเธอร์ ๓:๑๔–๑๗. เอโนคเห็นพระเจ้าและเดินกับพระองค์, คพ. ๑๐๗:๔๘–๔๙. บุตรที่รักของเรา, ซึ่งเป็นที่รักและที่เลือกแล้วของเรานับแต่กาลเริ่มต้น, โมเสส ๔:๒. พระเจ้าตรัส: เราจะส่งใครไปเล่า ? และวิญญาณหนึ่งซึ่งเหมือนกับบุตรแห่งพระมหาบุรุษทูลตอบ: ข้าพระองค์อยู่ที่นี่, ขอทรงส่งข้าพระองค์ไปเถิด, อับรา. ๓:๒๗.
คำพยากรณ์เกี่ยวกับการประสูติและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์: หญิงสาวคนหนึ่งจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง, อสย. ๗:๑๔ ( ๑ นี. ๑๑:๑๓–๒๐). ผู้ปกครองในอิสราเอลจะออกมาจากเบธเลเฮม, มีคาห์ ๕:๒. แซมิวเอลชาวเลมันพยากรณ์ว่าจะมีวันหนึ่ง, คืนหนึ่ง, และวันแห่งความสว่าง; ดาวดวงใหม่; และเครื่องหมายอื่นๆ, ฮีล. ๑๔:๒–๖. แซมิวเอลชาวเลมันพยากรณ์ว่าจะเกิดความมืด, ฟ้าคำรนคำรามและสายฟ้าฟาด, และการไหวของแผ่นดินโลก, ฮีล. ๑๔:๒๐–๒๗. เครื่องหมายการประสูติของพระเยซูบังเกิดเป็นจริง, ๓ นี. ๑:๑๕–๒๑. เครื่องหมายการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบังเกิดเป็นจริง, ๓ นี. ๘:๕–๒๓.
การรับพระนามของพระเยซูคริสต์ไว้กับเรา: ไม่มีนามอื่นใดซึ่งเราจะรอดได้, กิจการ ๔:๑๒ ( ๒ นี. ๓๑:๒๑). เหล่าอัครสาวกยินดีที่เห็นว่าตนสมจะได้รับการหลู่เกียรติเพราะพระนามของพระองค์, กิจการ ๕:๓๘–๔๒. นี่เป็นพระบัญญัติของพระองค์, คือว่าให้เราทั้งหลายวางใจในพระนามของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์, ๑ ยน. ๓:๒๓. เป็นพยานว่าท่านเต็มใจรับพระนามของพระคริสต์โดยบัพติศมา, ๒ นี. ๓๑:๑๓. ข้าพเจ้าอยากให้ท่านรับพระนามของพระคริสต์ไว้กับท่าน, โมไซยาห์ ๕:๖–๑๒ ( โมไซยาห์ ๑:๑๑). ผู้ใดก็ตามที่ปรารถนาจะน้อมรับพระนามของพระคริสต์ได้เข้าร่วมกับศาสนจักรของพระผู้เป็นเจ้า, โมไซยาห์ ๒๕:๒๓. คนทั้งปวงที่เป็นผู้เชื่อในพระคริสต์โดยแท้จริงยอมรับพระนามของพระคริสต์, แอลมา ๔๖:๑๕. ประตูแห่งสวรรค์เปิดให้ผู้ที่จะเชื่อในพระนามของพระเยซูคริสต์, ฮีล. ๓:๒๘. เขาที่พบว่าซื่อสัตย์ต่อนามของเราในวันสุดท้ายย่อมได้รับพร, อีเธอร์ ๔:๑๙. พวกเขาเต็มใจรับพระนามของพระบุตร, โมโร. ๔:๓ ( คพ. ๒๐:๗๗). จงรับพระนามของพระคริสต์ไว้กับเจ้า, คพ. ๑๘:๒๑–๒๕.
ประจักษ์พยานถึงพระเยซูคริสต์: เปาโลเป็นพยานว่าพระเยซูคือพระคริสต์, กิจการ ๑๘:๕. แม้แต่ผีร้ายก็เป็นพยานว่าพวกมันรู้จักพระเยซู, กิจการ ๑๙:๑๕. ไม่มีผู้ใดอาจพูดได้ว่าพระเยซูคือพระเจ้านอกจากผู้ที่พูดโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์, ๑ คร. ๑๒:๓. ทุกเข่าจะคุกลงกราบพระเยซูและทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า, ฟป. ๒:๑๐–๑๑. เราพูดถึงพระคริสต์, เราชื่นชมยินดีในพระคริสต์, เราสั่งสอนเรื่องพระคริสต์, เราพยากรณ์ถึงพระคริสต์, ๒ นี. ๒๕:๒๖. พระคัมภีร์มอรมอนจะทำให้ชาวยิวและคนต่างชาติเชื่อมั่นว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์, ๒ นี. ๒๖:๑๒ (ปกในพระคัมภีร์มอรมอน). ศาสดาพยากรณ์ทั้งหลายและพระคัมภีร์ต่างเป็นพยานถึงพระคริสต์, เจคอบ ๗:๑๑, ๑๙. แสวงหาพระเยซูองค์นี้ผู้ซึ่งศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกเขียนไว้, อีเธอร์ ๑๒:๔๑. เราเห็นพระองค์และได้ยินเสียงรับสั่งคำพยานว่าพระองค์ทรงเป็นพระองค์เดียวที่ถือกำเนิด, คพ. ๗๖:๒๐–๒๔. นี่คือบรรดาชีวิตนิรันดร์—ที่จะรู้จักพระผู้เป็นเจ้าและพระเยซูคริสต์, คพ. ๑๓๒:๒๔. เราเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าพระบิดานิรันดร์, และในพระบุตรของพระองค์, พระเยซูคริสต์, ลช. ๑:๑. เราเชื่อว่าพระคริสต์จะทรงปกครองแผ่นดินโลกด้วยพระองค์เอง, ลช. ๑:๑๐.
รูปแบบหรือสัญลักษณ์ของพระคริสต์: อาแบลนำแกะหัวปีจากฝูงมาถวาย, ปฐก. ๔:๔ ( โมเสส ๕:๒๐). จงพาบุตรของเจ้าคืออิสอัคไป, และถวายเขาเป็นเครื่องเผาบูชา, ปฐก. ๒๒:๑–๑๓ ( เจคอบ ๔:๕). พระเจ้าทรงบัญชาลูกหลานอิสราเอลให้ถวายลูกแกะปราศจากตำหนิเป็นเครื่องพลีบูชา, อพย. ๑๒:๕, ๒๑, ๔๖ (กดว. ๙:๑๒; ยอห์น ๑:๒๙; ๑๙:๓๓; ๑ ปต. ๑:๑๙; วว. ๕:๖). นี่แหละเป็นอาหารที่พระเจ้าประทานให้พวกท่านรับประทาน, อพย. ๑๖:๒–๑๕ (ยอห์น ๖:๕๑). จงตีศิลานั้น, แล้วน้ำจะไหลออกมา, ให้ประชาชนดื่ม, อพย. ๑๗:๖ (ยอห์น ๔:๖–๑๔; ๑ คร. ๑๐:๑–๔). บาปทั้งสิ้นให้ตกลงบนหัวแพะนั้น, ลนต. ๑๖:๒๐–๒๒ (อสย. ๕๓:๑๑; โมไซยาห์ ๑๔:๑๑; ๑๕:๖–๙). โมเสสยกงูทองสัมฤทธิ์ขึ้นเพื่อช่วยให้คนที่มองดูมีชีวิตอยู่ได้, กดว. ๒๑:๘–๙ (ยอห์น ๓:๑๔–๑๕; แอลมา ๓๓: ๑๙; ฮีล. ๘:๑๔-๑๕). โยนาห์อยู่ในท้องปลาสามวัน, โยนาห์ ๑:๑๗ (มธ. ๑๒:๔๐). สิ่งนี้คืออุปมาถึงการพลีพระชนม์ชีพของพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดจากพระบิดา , โมเสส ๕:๔–๘.
|