หลักคำสอน
และ
พันธสัญญา
ภาค ๑๐
การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, ในฤดูร้อน ปี ๑๘๒๘ ( History of the Church, 1:20–23). ในนี้พระเจ้าตรัสบอกโจเซฟ ถึงการที่คนชั่วร้ายเปลี่ยนแปลงต้นฉบับ ๑๑๖ หน้าจากงานแปลหนังสือของลีไฮ, ในพระคัมภีร์มอรมอน. ต้นฉบับดังกล่าวหายไปจากการครอบครองของมาร์ติน แฮร์ริส, ซึ่งได้รับการฝากฝังไว้ชั่วคราว. (ดู หัวบท ภาค ๓.) แผนการชั่วคือจะคอยให้แปลเรื่องที่อยู่ในหน้าซึ่งถูกขโมยอีกครั้ง และจากนั้นจะทำให้ผู้แปลเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยแสดงให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องต้องกันซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลง. จุดประสงค์ชั่วนี้ซึ่งมารร้ายเป็นต้นคิดและพระเจ้าทรงทราบแม้ขณะที่มอรมอน, นักประวัติศาสตร์สมัยโบราณชาวนีไฟ, กำลังย่อแผ่นจารึกที่เก็บรวบรวมไว้, มีแสดงอยู่ในพระคัมภีร์มอรมอน (ดู ถ้อยคำของมอรมอน ๑:๓–๗).
๑–๒๖, ซาตานยั่วยุคนชั่วร้ายให้ต่อต้านงานของพระเจ้า; ๒๗–๓๓, เขาหมายมั่นจะทำลายจิตวิญญาณมนุษย์; ๓๔–๕๒, พระกิตติคุณจะต้องออกไปสู่ชาวเลมันและทุกประชาชาติผ่านพระคัมภีร์มอรมอน; ๕๓–๖๓, พระเจ้าจะทรงสถาปนาศาสนจักรของพระองค์และพระกิตติคุณของพระองค์ท่ามกลางมนุษย์; ๖๔–๗๐, พระองค์จะทรงรวบรวมคนที่กลับใจเข้ามาสู่ศาสนจักรของพระองค์และจะช่วยคนที่เชื่อฟังให้รอด.
๑
บัดนี้, ดูเถิด, เรากล่าวแก่เจ้า, ว่าเพราะเจ้ามอบงานเขียนเหล่านั้นซึ่งเจ้าได้รับพลังให้แปลโดยใช้อูริมและทูม มิมก, ให้อยู่ในมือคน ชั่วข, เจ้าจึงสูญเสียสิ่งเหล่านั้น.
๒
และเจ้าสูญเสียของประทานที่ให้เจ้าในเวลาเดียวกันด้วย, และความ คิดกเจ้ากลับมืด.
๓
กระนั้นก็ตาม, บัดนี้เรายังนำสิ่งนั้น กลับคืนกมาให้เจ้าอีก; ฉะนั้นจงดูว่าเจ้าซื่อสัตย์และทำต่อไปจนเสร็จงานแปลที่เหลือดังที่เจ้าเริ่มมา.
๔
อย่าวิ่ง เร็วกหรือทำงานเกินพละ กำลังขที่เจ้ามีและวิธีที่จัดหาไว้ให้เจ้าสามารถแปล; แต่จงขยันหมั่น เพียรคจนกว่าจะสิ้นสุด.
๕
สวด อ้อนวอนกเสมอ, เพื่อเจ้าจะออกมาอย่างผู้ชนะ; แท้จริงแล้ว, เพื่อเจ้าจะชนะซาตาน, และเพื่อเจ้าจะหนีให้พ้นมือผู้รับใช้ของซาตานที่เกื้อหนุนงานเขา.
๖
ดูเถิด, พวกเขาหมายมั่นจะ ทำลายกเจ้า; แท้จริงแล้ว, แม้ คนขที่เจ้าไว้ใจก็หมายมั่นจะทำลายเจ้า.
๗
และเพราะเหตุนี้ เราจึงกล่าวว่าเขาคือคนชั่วร้าย, เพราะเขาหมายมั่นจะเอาสิ่งที่เจ้าได้รับการฝากฝังไปเสีย; และเขาหมายมั่นจะทำลายของประทานเจ้าด้วย.
๘
และเพราะเจ้ามอบงานเขียนนั้นให้อยู่ในมือเขา, ดูเถิด, บรรดาคนชั่วร้ายเอาสิ่งเหล่านั้นไปจากเจ้า.
๙
ฉะนั้น, เจ้าได้มอบสิ่งเหล่านั้น, แท้จริงแล้ว, สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์, ไว้กับความชั่วร้าย.
๑๐
และ, ดูเถิด, ซา ตานกใส่มันไว้ในใจคนเหล่านั้นให้เปลี่ยนแปลงถ้อยคำที่เจ้าให้เขียนไว้, หรือที่เจ้าแปลไว้, ซึ่งพ้นไปจากมือเจ้าแล้ว.
๑๑
และดูเถิด, เรากล่าวแก่เจ้า, ว่าเนื่องจากพวกเขาเปลี่ยนแปลงถ้อยคำเหล่านั้น, จึงอ่านตรงกันข้ามกับสิ่งที่เจ้าแปลและให้เขียนไว้;
๑๒
และ, โดยวิธีนี้, มารหมายมั่นจะวางแผนการอันแยบยล, เพื่อเขาจะทำลายงานนี้;
๑๓
เพราะเขาใส่ไว้ในใจคนเหล่านั้นให้ทำเช่นนี้, เพื่อโดยการพูดเท็จพวกเขาจะกล่าว พวกเขา จับกเจ้าได้ด้วยถ้อยคำซึ่งเจ้าอ้างว่าเจ้าแปล.
๑๔
ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, ว่าเราจะไม่ยอมให้ซาตานลุล่วงแผนการชั่วของเขาในเรื่องนี้.
๑๕
เพราะดูเถิด, เขาใส่มันไว้ในใจคนเหล่านั้นให้เจ้าลองดีพระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าของเจ้า, โดยขอให้แปลสิ่งนั้นซ้ำอีก.
๑๖
และเมื่อนั้น, ดูเถิด, พวกเขากล่าวและนึกในใจ—เราจะดูว่าพระผู้เป็นเจ้าประทานพลังในการแปลให้เขาหรือไม่; หากเป็นดังนั้น, พระองค์ก็จะประทานพลังให้เขาอีกครั้ง;
๑๗
และหากพระผู้เป็นเจ้าประทานพลังให้เขาอีกครั้ง, หรือหากเขาแปลอีก, หรือ, อีกนัยหนึ่ง, หากเขานำถ้อยคำอย่างเดียวกันออกมา, ดูเถิด, เรามีอย่างเดียวกันอยู่กับเรา, และเราเปลี่ยนแปลงมันแล้ว;
๑๘
ฉะนั้น มันจะไม่ตรงกัน, และเราจะกล่าวว่าเขาพูดเท็จในถ้อยคำของเขา, และว่าเขาไม่มีของประทาน, และว่าเขาไม่มีพลัง;
๑๙
ฉะนั้น เราจะทำลายเขา, และงานด้วย; และเราจะทำการนี้เพื่อในที่สุดเราจะไม่อับอาย, และเพื่อเราจะได้คำสรรเสริญของโลก.
๒๐
ตามจริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, ว่าซาตานมีอำนาจใหญ่หลวงเหนือใจพวกเขา; เขา ปลุกปั่นกคนเหล่านั้นสู่ความชั่วช้า สามานย์ขให้ต่อต้านสิ่งที่ดี;
๒๑
และใจพวกเขา ทรามก, และเต็มไปด้วยความชั่ว ร้ายขและความน่าชิงชัง; และพวกเขา รักคความ มืดงมากกว่าความสว่าง, เพราะการกระ ทำจของพวกเขาชั่ว; ฉะนั้น พวกเขาไม่ยอมขอจากเรา.
๒๒
ซา ตานกปลุกปั่นพวกเขา, เพื่อเขาจะ นำขจิตวิญญาณของคนเหล่านั้นไปสู่ความพินาศ.
๒๓
และดังนั้น เขาวางแผนการอันแยบยล, โดยคิดทำลายงานของพระผู้เป็นเจ้า; แต่เราจะเรียกร้องสิ่งนี้จากมือคนเหล่านั้น, และมันจะกลับกลายเป็นความอับอายและการกล่าวโทษของพวกเขาในวันแห่งการ พิพากษาก.
๒๔
แท้จริงแล้ว, เขายั่วยุใจคนเหล่านั้นให้เกิดโทสะต่อต้านงานนี้.
๒๕
แท้จริงแล้ว, เขากล่าวแก่คนเหล่านั้นว่า: จงหลอกลวงและซุ่มคอยทีจับ, เพื่อท่านจะทำลาย; ดูเถิด, นี่ไม่เป็นภัย. และดังนี้เขาป้อยอคนเหล่านั้น, และบอกพวกเขาว่า ไม่บาปแต่อย่างใดที่จะพูด เท็จกเพื่อพวกเขาจะจับคนโป้ปดมดเท็จ, เพื่อจะทำลายเขา.
๒๖
และดังนี้เขาป้อยอคนเหล่านั้น, และ นำกพวกเขาไปจนเขาลากเอาจิตวิญญาณคนเหล่านั้นลง นรกข; และดังนี้เขาจึงทำให้คนเหล่านั้นติด บ่วงคของตนเอง.
๒๗
และดังนี้เขาจึงขึ้นไป ลงมา, เทียวไปเทียว มากอยู่ในแผ่นดินโลก, โดยหมายมั่นจะ ทำลายขจิตวิญญาณมนุษย์.
๒๘
ตามจริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, วิบัติจงมีแก่คนที่พูดเท็จเพื่อหลอกลวง เพราะเขานึกว่าอีกคนหนึ่งพูดเท็จเพื่อหลอกลวง, เพราะคนเช่นนั้นไม่พ้นจากความ ยุติธรรมขของพระผู้เป็นเจ้า.
๒๙
บัดนี้, ดูเถิด, พวกเขาเปลี่ยนแปลงถ้อยคำเหล่านี้, เพราะซาตานกล่าวแก่พวกเขาว่า: เขาหลอกท่าน—และดังนั้นเขาป้อยอคนเหล่านี้ให้ทำความชั่วช้าสามานย์, เพื่อให้เจ้า ลองดีกพระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าของเจ้า.
๓๐
ดูเถิด, เรากล่าวแก่เจ้า, ว่าเจ้าจะไม่แปลถ้อยคำเหล่านั้นอีก ซึ่งพ้นไปจากมือเจ้าแล้ว;
๓๑
เพราะ, ดูเถิด, คนเหล่านั้นจะทำแผนการชั่วของพวกเขาไม่สำเร็จในการพูดเท็จคัดค้านถ้อยคำเหล่านั้น. เพราะ, ดูเถิด, หากเจ้าจะนำถ้อยคำอย่างเดียวกันออกมา พวกเขาจะกล่าวว่าเจ้าพูดเท็จและว่าเจ้าอ้างว่าเจ้าแปล, แต่ ว่าเจ้าขัดแย้งตนเอง.
๓๒
และ, ดูเถิด, พวกเขาจะป่าวประกาศเรื่องนี้, และซาตานจะทำให้ใจผู้คนแข็งกระด้าง ที่จะยั่วยุพวกเขาให้เกิดโทสะต่อต้านเจ้า, จนพวกเขาจะไม่เชื่อถ้อยคำของเรา.
๓๓
ดังนั้น ซา ตานกจึงคิดจะมีอำนาจเหนือประจักษ์พยานของเจ้าในคนรุ่นนี้, เพื่องานจะไม่ออกมาในคนรุ่นนี้.
๓๔
แต่ดูเถิด, นี่คือปัญญา, และเนื่องจากเราแสดงปรีชา ญาณกแก่เจ้า, และให้คำบัญชาเจ้าเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้, ว่าเจ้าจะทำอะไร, อย่าเอาสิ่งนี้ออกไปให้โลกเห็นจนกว่าเจ้าจะทำงานแปลสำเร็จ.
๓๕
อย่าประหลาดใจที่เรากล่าวแก่เจ้าว่า: นี่คือปัญญา, อย่าเอาสิ่งนี้ออกไปให้โลกเห็น—เพราะเรากล่าว, อย่าเอาสิ่งนี้ออกไปให้โลกเห็น, เพื่อเจ้าจะได้รับการปกปักรักษา.
๓๖
ดูเถิด, เรามิได้กล่าวว่าเจ้าอย่าเอาสิ่งนี้ออกไปให้คนชอบธรรมเห็น;
๓๗
แต่เนื่องจากเจ้าจะตัดสินคน ชอบธรรมกไม่ได้เสมอไป, หรือเนื่องจากเจ้าจะแยกแยะคนชั่วจากคนชอบธรรมไม่ได้เสมอไป, ฉะนั้น เรากล่าวแก่เจ้า, จง นิ่งขเสียจนกว่าเราจะเห็นสมควรที่จะทำให้สิ่งทั้งปวงเป็นที่รู้แก่โลกเกี่ยวกับเรื่องนี้.
๓๘
และบัดนี้, ตามจริงแล้ว เรากล่าวแก่เจ้า, ว่าเรื่องราวของสิ่งเหล่า นี้กที่เจ้าเขียน, ซึ่งพ้นไปจากมือเจ้า, มีจารึกอยู่บนแผ่น จารึกขของนีไฟ;
๓๙
แท้จริงแล้ว, และเจ้าจะจำได้ว่าสิ่งที่กล่าวไว้ในงานเขียนเหล่านั้นคือ เรื่องราวละเอียดยิ่งขึ้นของสิ่งเหล่านี้มีให้ไว้บนแผ่นจารึกของนีไฟ.
๔๐
และบัดนี้, เพราะเรื่องราวซึ่งมีจารึกไว้บนแผ่นจารึกของนีไฟละเอียดยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสิ่งซึ่ง, ในปรีชาญาณของเรา, เราประสงค์จะนำมาสู่ความรู้ของผู้คนในเรื่องราวนี้—
๔๑
ฉะนั้น, เจ้าจงแปลอักขระซึ่งอยู่บนแผ่น จารึกกของนีไฟ, ลงมาแม้จนเจ้ามาถึงการปกครองของกษัตริย์เบ็นจามิน, หรือจนกว่าเจ้าจะมาถึงเรื่องซึ่งเจ้าแปล, ซึ่งเจ้าสงวนไว้;
๔๒
และดูเถิด, เจ้าจงพิมพ์มันเป็นบันทึกของนีไฟ; และดังนี้เราจะทำให้คนที่เปลี่ยนแปลงถ้อยคำของเราจำนน.
๔๓
เราจะไม่ยอมให้พวกเขาทำลายงานของเรา; แท้จริงแล้ว, เราจะทำให้คนเหล่านั้นเห็นว่าปรีชาญาณของเรายิ่งใหญ่กว่ากลโกงของมาร.
๔๔
ดูเถิด, พวกเขามีเพียงส่วนหนึ่ง, หรือความย่อเรื่องราวของนีไฟ.
๔๕
ดูเถิด, มีหลายเรื่องจารึกอยู่บนแผ่นจารึกของนีไฟ ซึ่งให้ทัศนะอันกว้างไกลยิ่งขึ้นเกี่ยวกับกิตติคุณของเรา; ฉะนั้น, เป็นปรีชาญาณในเราที่เจ้าจะแปลอักขระของนีไฟส่วนแรกนี้, และส่งออกไปในงานนี้.
๔๖
และ, ดูเถิด, ส่วนที่เหลือทั้งหมดของ งานกนี้มีส่วนเหล่านั้นทั้งหมดของ กิตติคุณขของเรา ซึ่งบรรดาศาสดาพยากรณ์ผู้บริสุทธิ์ของเรา, แท้จริงแล้ว, และสานุศิษย์ของเรา ด้วยค, ปรารถนาในคำสวดอ้อนวอนของพวกเขาให้ออกมาสู่คนพวกนี้.
๔๗
และเรากล่าวแก่พวกเขา, ว่าจะ มอบกสิ่งนี้ให้พวกเขาตาม ศรัทธาขในคำสวดอ้อนวอนของพวกเขา;
๔๘
แท้จริงแล้ว, และนี่คือศรัทธาของพวกเขา—ที่กิตติคุณของเรา, ซึ่งเราให้แก่พวกเขาเพื่อพวกเขาจะได้สั่งสอนในวันเวลาของตน, จะได้มาถึงพี่น้องของพวกเขาชาวเล มันก, และคนทั้งปวงที่กลับกลายเป็นชาวเลมันเพราะการแตกแยกของพวกเขาด้วย.
๔๙
บัดนี้, นี่ยังไม่หมด—ศรัทธาในคำสวดอ้อนวอนของพวกเขาคือ เราจะทำให้กิตติคุณนี้เป็นที่รู้เช่นกัน, หากอยู่ในวิสัยที่ประชาชาติอื่นจะครอบครองแผ่นดินนี้;
๕๐
และด้วยเหตุนี้ พวกเขาได้ฝากพรไว้บนแผ่นดินนี้ ในคำสวดอ้อนวอนของพวกเขา, ว่าผู้ใดก็ตามที่เชื่อในกิตติคุณนี้ในแผ่นดินนี้จะมีชีวิตนิรันดร์;
๕๑
แท้จริงแล้ว, ว่าสิ่งนี้จะได้มีให้อย่างอิสระแก่คนทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นประชาชาติ, ตระกูล, ภาษา, หรือผู้คนใดก็ตาม.
๕๒
และบัดนี้, ดูเถิด, ตามศรัทธาในคำสวดอ้อนวอนของพวกเขา เราจะนำกิตติคุณส่วนนี้ของเรามาสู่ความรู้ของผู้คนของเรา. ดูเถิด, เราไม่ได้นำสิ่งนี้มาทำลายสิ่งซึ่งพวกเขาได้รับ, แต่เพื่อเสริมสร้างสิ่งนั้น.
๕๓
และเพราะเหตุนี้ เราจึงกล่าวว่า: หากคนรุ่นนี้หาทำใจแข็งกระด้างไม่, เราจะสถาปนาศาสนจักรของเราในบรรดาพวกเขา.
๕๔
บัดนี้ เราไม่กล่าวเรื่องนี้เพื่อทำลายศาสนจักรของเรา, แต่เรากล่าวเรื่องนี้เพื่อเสริมสร้างศาสนจักรของเรา;
๕๕
ฉะนั้น, ผู้ใดก็ตามที่เป็นของศาสนจักรของเราไม่จำเป็นต้อง กลัวก, เพราะคนเช่นนั้นจะสืบ ทอดขอาณาจักรคแห่งสวรรค์.
๕๖
แต่คือบรรดาคนที่ไม่เกรง กลัวกเรา, ทั้งไม่รักษาบัญญัติของเราแต่เสริมสร้าง ศาสนจักรขต่างๆ ให้ตนเพื่อหาผล ประโยชน์ค, แท้จริงแล้ว, และคนทั้งปวงเหล่านั้นที่ทำชั่วและเสริมสร้างอาณาจักรแห่งมาร—แท้จริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, ว่าคนเหล่านี้นี่เองที่เราจะราวี, และทำให้ตัวสั่นและสะท้านจนถึงกลางใจ.
๕๗
ดูเถิด, เราคือพระเยซูคริสต์, พระ บุตรกของพระผู้เป็นเจ้า. เรามาหาคนของเรา, และคนของเราหารับเราไม่.
๕๘
เราเป็น แสงสว่างกซึ่งส่องในความมืด, และความมืดหาเข้าใจมันไม่.
๕๙
เราคือคนที่ กล่าว—แกะกอื่นขเราก็มีซึ่งหาได้เป็นของคอกนี้ไม่—แก่สานุศิษย์ของเรา, และมีหลายคนที่หา เข้าใจคเราไม่.
๖๐
และเราจะทำให้คนเหล่านี้เห็นว่าเรามีแกะอื่น, และว่าพวกเขาเป็นอังกูรหนึ่งของ เชื้อสายกแห่งยาโคบ;
๖๑
และเราจะนำงานอัศจรรย์ของพวกเขา, ซึ่งพวกเขาทำในนามของเรา, ออกมาสู่ความสว่าง;
๖๒
แท้จริงแล้ว, และเราจะนำกิตติคุณของเราซึ่งนำมาปฏิบัติต่อพวกเขาออกมาสู่ความสว่างด้วย, และ, ดูเถิด, พวกเขาจะไม่ปฏิเสธสิ่งซึ่งเจ้าได้รับ, แต่พวกเขาจะเสริมสร้างสิ่งนั้น, และจะนำประเด็นที่แท้จริงของหลักคำ สอนกเราออกมาสู่ความสว่าง, แท้จริงแล้ว, และหลักคำสอนเดียวซึ่งอยู่ในเรา.
๖๓
และสิ่งนี้เราทำเพื่อเราจะสถาปนากิตติคุณของเรา, เพื่อจะไม่มีการขัดแย้งมากเช่นนั้น; แท้จริงแล้ว, ซา ตานกยั่วยุใจผู้คนให้ ขัดแย้งขกันเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ของหลักคำสอนเรา; และในเรื่องเหล่านี้พวกเขาผิดพลาด, เพราะพวกเขา บิดเบือนคพระคัมภีร์และไม่เข้าใจสิ่งเหล่านั้น.
๖๔
ฉะนั้น, เราจะคลี่ความลี้ลับอันใหญ่หลวงนี้แก่พวกเขา;
๖๕
เพราะ, ดูเถิด, เราจะ รวมกพวกเขาดังแม่ไก่รวมลูกเจี๊ยบมาไว้ใต้ปีกของมัน, ตราบใดที่พวกเขาจะไม่ทำใจแข็งกระด้าง;
๖๖
แท้จริงแล้ว, ตราบใดที่พวกเขาประสงค์จะมา, พวกเขาย่อมมาได้, และรับส่วนแบ่งใน สายน้ำกแห่งชีวิตได้โดยเสรี.
๖๗
ดูเถิด, นี่คือหลักคำสอนของเรา—ผู้ใดก็ตามที่กลับใจและ มากหาเรา, คนคนนั้นเป็น ศาสนจักรขของเรา.
๖๘
ผู้ใดก็ตามที่ ประกาศกมากหรือน้อยกว่านี้, คนคนนั้นไม่เป็นของเรา, แต่ ต่อต้านขเรา; ฉะนั้นเขาไม่เป็นของศาสนจักรเรา.
๖๙
และบัดนี้, ดูเถิด, ผู้ใดก็ตามที่เป็นของศาสนจักรเรา, และอดทนต่อศาสนจักรเราจนกว่าชีวิตจะหาไม่, คนนั้นเราจะสถาปนาไว้บน ศิลากของเรา, และ ประตูขแห่งนรกจะเอาชนะพวกเขาไม่ได้.
๗๐
และบัดนี้, จงจำพระวจนะของพระองค์ผู้ทรงเป็นชีวิตและ แสงสว่างกของโลก, พระผู้ไถ่ของเจ้า, พระเจ้าของ เจ้าขและพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า. เอเมน.
|