พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
ประจักษ์พยาน​ของ​ศาสดา​พยากรณ์​โจ​เซฟ ส​มิ​ธ
ถ้อยคำ​ของ​ศาสดา​พยากรณ์​โจ​เซฟ ส​มิ​ธ​เอง​เกี่ยว​กับ​การ​มา​ปรากฏ​ของ​พระ​คัมภีร์​มอ​รม​อ​น:
“ใน​ค่ำ​ของ​วัน​ที่ . . . ยี่สิบ​เอ็ด​ของ​เดือน​กันยายน [ค.ศ. ๑๘๒๓] . . . ข้าพเจ้า​ถวาย​ตน​ต่อ​การ​สวด​อ้อนวอน​และ​การ​วิงวอน​พระผู้เป็นเจ้า​ผู้ทรง​ฤทธา​นุ​ภาพ . . .
“ขณะ​ที่​ข้าพเจ้า​อยู่​ใน​อาการ​เรียก​หา​พระผู้เป็นเจ้า​อยู่​ดังนั้น, ข้าพเจ้า​เห็น​แสง​ปรากฏ​ขึ้น​ใน​ห้อง​ข้าพเจ้า, ซึ่ง​สว่าง​ขึ้น​จน​ห้อง​สว่าง​ยิ่ง​กว่า​ตอน​เที่ยง​วัน, เมื่อ​ทันใด​นั้น​รูป​กาย​หนึ่ง​ปรากฏ​ขึ้น​ที่​ข้าง​เตียง​ข้าพเจ้า, โดย​ยืน​อยู่​ใน​อากาศ, เพราะ​เท้า​ของ​ท่าน​มิได้​แตะ​พื้น.
“ท่าน​สวม​เสื้อ​คลุม​หลวม​ๆ สี​ขาว​ผุดผ่อง​ที่สุด. เป็นความ​ขาว​เหนือ​สิ่ง​ใด​ใน​โลก​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​เคย​เห็น​มา; ทั้ง​ข้าพเจ้า​ไม่​เชื่อ​ว่า​จะ​มี​ใคร​ทำให้​สิ่ง​ใด​ใน​โลก​ขาว​และ​สุกใส​ยิ่ง​ได้​เช่น​นั้น. มือ​ของ​ท่าน​เปลือย​เปล่า, และ​แขน​ของ​ท่าน​ด้วย, เหนือ​ข้อ​มือ​เล็กน้อย; เช่น​เดียวกัน, เท้า​ของ​ท่าน​เปลือย​เปล่า, ด้วย, ดัง​ที่​ขา​ของ​ท่าน​เปลือย​เปล่า, เหนือ​ข้อ​เท้า​เล็กน้อย. ศีรษะ​และ​คอ​ของ​ท่าน​ว่าง​เปล่า​ด้วย. ข้าพเจ้า​เห็น​ได้​ว่า​ท่าน​ไม่​ได้​สวม​พัสตราภรณ์อื่น​ใด​อีก​นอกจาก​เสื้อ​คลุม​ตัว​นี้, เพราะ​มัน​เปิด, จน​ข้าพเจ้า​เห็น​แผ่น​อก​ของ​ท่าน​ได้.
“ไม่​เพียง​เสื้อ​คลุม​ของ​ท่าน​ที่​ขาว​ยิ่ง, แต่​ทั้ง​ร่าง​ของ​ท่าน​เจิดจ้า​เหลือ​ที่​จะ​พรรณนา, และ​สีหน้า​ของ​ท่าน​ดุจ​สายฟ้า​ฟาด​อย่าง​แท้จริง. ห้อง​สว่าง​ยิ่ง, แต่​ไม่​สว่าง​เท่า​บริเวณ​รอบ​กาย​ของ​ท่าน. เมื่อ​ข้าพเจ้า​มอง​ท่าน​ครั้ง​แรก, ข้าพเจ้า​กลัว; แต่​ใน​ไม่​ช้า​ความ​กลัว​ก็​หาย​ไป​จาก​ข้าพเจ้า.
“ท่าน​เรียก​ชื่อ​ข้าพเจ้า, และ​กล่าว​แก่​ข้าพเจ้า​ว่า​ท่าน​เป็น​ผู้​ส่ง​สาร​ที่​ส่ง​มา​จาก​ที่​ประทับ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​มา​หา​ข้าพเจ้า, และ​ชื่อ​ของ​ท่าน​คือ​โม​โร​ไน; พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​มี​งาน​ให้​ข้าพเจ้า​ทำ; และ​ชื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ทั้ง​ดี​และ​ชั่ว​ใน​บรรดา​ประชาชาติ, ตระกูล, และ​ภาษา​ทั้งปวง, หรือ​จะ​มี​ผู้​เอ่ย​ถึง​ทั้ง​ใน​ทาง​ดี​และ​ชั่ว​ใน​บรรดา​ผู้คน​ทั้งปวง.
“ท่าน​กล่าว​ว่า​มี​หนังสือ​เล่ม​หนึ่ง​ฝัง​อยู่, ซึ่ง​เขียน​บน​แผ่น​จารึก​ทองคำ, โดย​ให้​เรื่องราว​ของ​ผู้​อยู่​อาศัย​ใน​ทวีป​นี้​ใน​สมัย​ก่อน, และ​ถิ่น​กำเนิด​ซึ่ง​จาก​ที่​นั้น​พวก​เขา​ออก​มา. ท่าน​กล่าว​ด้วยว่า​ความ​สมบูรณ์​ของ​พระ​กิตติคุณ​อันเป็น​นิจ​มี​อยู่​ใน​นั้น, ดัง​ที่​พระ​ผู้​ช่วย​ให้​รอด​ประทาน​แก่​ผู้​อยู่​อาศัย​ใน​สมัย​โบราณ;
“ท่าน​บอก​ด้วยว่า, มี​ศิลา​สอง​ก้อน​ใน​คัน​โค้ง​เงิน—และ​ก้อน​ศิลา​เหล่า​นี้, ซึ่ง​ผูก​ติด​กับ​แผ่น​ทับทรวง, เป็น​สิ่ง​ที่​เรียก​ว่า​อู​ริม​และ​ทูม​มิม—ฝัง​อยู่​กับ​แผ่น​จารึก; และ​การ​ครอบครอง​และ​การ​ใช้​ก้อน​ศิลา​เหล่า​นี้​คือ​สิ่ง​ที่​ทำให้​เป็น ผู้​หยั่งรู้ ใน​สมัย​โบราณ​หรือ​สมัย​ก่อน; และ​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​เตรียม​ไว้​เพื่อ​จุด​ประสงค์​ของ​การ​แปล​หนังสือ​เล่ม​นี้.
* * * * * * *
“อนึ่ง, ท่าน​บอก​ข้าพเจ้า, ว่า​เมื่อ​ข้าพเจ้า​ได้​แผ่น​จารึก​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​ท่าน​ได้​พูด​ถึง—เพราะ​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา​ที่​จะ​ได้​รับ—ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​แสดง​สิ่ง​เหล่า​นั้น​แก่​บุคคล​ใด; ทั้ง​แผ่น​ทับทรวง​กับ​อู​ริม​และ​ทูม​มิม; นอกจาก​กับ​บรรดา​คน​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​รับ​บัญชา​ให้​แสดง​สิ่ง​เหล่า​นั้น; หาก​ข้าพเจ้า​ทำ​ข้าพเจ้า​จะ​ถูก​ทำลาย. ขณะ​ที่​ท่าน​กำลัง​สนทนา​กับ​ข้าพเจ้า​เกี่ยว​กับ​แผ่น​จารึก, ใน​จิตใจ​ข้าพเจ้า​ก็​บังเกิด​นิมิต​จน​ข้าพเจ้า​มอง​เห็น​สถาน​ที่​ซึ่ง​แผ่น​จารึก​ฝัง​อยู่, และ​แจ่มแจ้ง​และ​ชัดเจน​มาก​จน​ข้าพเจ้า​รู้จัก​สถาน​ที่​นั้น​อีก​เมื่อ​ข้าพเจ้า​ไป​ถึง.
“หลังจาก​การ​พูด​กัน​นี้​แล้ว, ข้าพเจ้า​เห็น​ความ​สว่าง​ใน​ห้อง​เริ่ม​รวม​กัน​เข้า​มา​ชิด​อยู่​รอบ​กาย​ของ​ผู้​ที่​พูด​กับ​ข้าพเจ้า, และ​เป็น​อยู่​ต่อ​ไป​เช่น​นั้น, จน​ห้อง​ถูก​ทิ้ง​ให้​มืด​อีก, เว้นแต่​บริเวณ​รอบ ๆ ท่าน, เมื่อ​ทันใด​นั้น​ข้าพเจ้า​เห็น, ประหนึ่ง, ช่อง​ทาง​เปิด​ตรง​ขึ้น​ไป​สู่​สวรรค์, และ​ท่าน​กลับ​ขึ้น​ไป​จน​ลับตา, และ​ห้อง​ถูก​ทิ้ง​ไว้​ใน​สภาพ​เหมือน​ก่อน​ที่​แสง​จาก​สวรรค์​นี้​มา​ปรากฏ.
“ข้าพเจ้า​นอน​ครุ่นคิด​ถึง​ความ​แปลก​ประหลาด​ของ​เหตุการณ์, และ​อัศจรรย์​ใจมา​กใน​เรื่อง​ที่​ผู้​ส่ง​สาร​ที่​ไม่​ธรรมดา​องค์​นี้​ได้​บอก​ข้าพเจ้า; เมื่อ, กำลัง​พินิจ​ไตร่ตรอง​อยู่, ทันใด​นั้น​ข้าพเจ้า​ก็​เห็น​ว่า​ห้อง​ของ​ข้าพเจ้า​เริ่ม​สว่าง​ขึ้น​อีก, และ​ประหนึ่ง​ว่า, ใน​ทันใด​นั้น, ผู้​ส่ง​สาร​จาก​สวรรค์​องค์​เดียวกัน​นั้น​ก็​อยู่​ข้าง​เตียง​ข้าพเจ้า​อีก.
“ท่าน​เริ่ม​ต้น, เล่า​เรื่อง​เดียวกัน​นั้น​อีก​ครั้ง​ซึ่ง​ท่าน​ได้​ทำ​เมื่อ​มา​เยือน​ครั้ง​แรก, โดย​ไม่​ผิดแผก​จาก​เดิม​แม้แต่​น้อย; ซึ่ง​เมื่อ​จบ​แล้ว, ท่าน​แจ้ง​แก่​ข้าพเจ้า​ถึง​การ​พิพากษา​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ซึ่ง​กำลัง​จะ​เกิด​ขึ้น​บน​แผ่นดิน​โลก, พร้อม​ด้วย​ความ​รกร้าง​ว่าง​เปล่า​อย่าง​ใหญ่​หลวง​จาก​ความ​อดอยาก, ดาบ, และ​โรค​ระบาด; และ​ว่าการ​พิพากษา​อัน​น่า​เศร้า​สลด​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น​บน​แผ่นดิน​โลก​ใน​รุ่น​นี้. เมื่อ​เล่า​เรื่อง​เหล่า​นี้​แล้ว, ท่าน​กลับ​ขึ้น​ไป​อีก​เหมือน​ที่​เคย​ทำ​ก่อน​หน้า​นี้.
“ใน​เวลา​นั้น, ความ​รู้สึก​ที่​เกิด​ใน​จิตใจ​ข้าพเจ้า​ลึกซึ้ง​นัก, จน​ไม่​อาจ​ข่ม​ตา​หลับ​ลง​ได้, และ​ข้าพเจ้า​นอน​จม​อยู่​ใน​ความ​ประหลาด​ใจถึง​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ทั้ง​ได้​เห็น​และ​ได้ยิน​มา. แต่​เป็นความ​ประหลาด​ใจ​ของ​ข้าพเจ้า​อะไร​เช่น​นั้น เมื่อ​เห็น​ผู้​ส่ง​สาร​องค์​เดียวกัน​นั้น​ที่​ข้าง​เตียง​ข้าพเจ้า​อีก, และ​ได้ยิน​ท่าน​ทวน​หรือ​กล่าว​ซ้ำ​กับ​ข้าพเจ้า​อีก​ถึง​เรื่อง​เดียวกัน​กับ​ครั้ง​ก่อน; และ​เสริม​คำ​ตักเตือน​ข้าพเจ้า, โดย​บอก​ว่า​ซา​ตาน​จะ​พยายาม​ล่อลวง​ข้าพเจ้า (เนื่องจาก​สภาพ​ความ​ยากจน​ของ​ครอบครัว​บิดา​ข้าพเจ้า), ให้​เอา​แผ่น​จารึก​ไป​เพื่อ​ประสงค์​จะ​สร้าง​ความ​ร่ำรวย. เรื่อง​นี้​ท่าน​ห้าม​ข้าพเจ้า, โดย​กล่าว​ว่า​ข้าพเจ้า​ต้อง​ไม่​มี​เป้าหมาย​อื่น​ใน​ความ​นึกคิด​ใน​การ​ได้​แผ่น​จารึก​มาน​อก​จาก​เพื่อ​สรรเสริญ​พระผู้เป็นเจ้า, และ​ต้อง​ไม่​ตก​อยู่​ใน​อิทธิพล​ของ​แรง​จูงใจ​อื่น​ใด​นอกจาก​การ​สร้าง​อาณาจักร​ของ​พระองค์; มิ​ฉะนั้น​ข้าพเจ้า​จะ​รับ​มัน​มา​ไม่​ได้.
“หลังจาก​การ​มา​เยือน​ครั้ง​ที่​สาม​นี้, ท่าน​ก็​กลับ​ขึ้น​สู่​สวรรค์​ดัง​ครั้ง​ก่อน​อีก, และ​อีก​ครั้ง​ที่​ข้าพเจ้า​ถูก​ทิ้ง​ให้​ไตร่ตรอง​ถึง​ความ​แปลก​ประหลาด​ของ​สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​เพิ่ง​ประสบ​มา; เมื่อ​เกือบ​จะ​ใน​ทันที​หลังจาก​ผู้​ส่ง​สาร​จาก​สวรรค์​กลับ​ขึ้น​ไป​จาก​ข้าพเจ้า​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม, ไก่​ก็​ขัน, และ​ข้าพเจ้า​จึง​รู้​ว่า​ใกล้​วัน​ใหม่​แล้ว, ดังนั้น​การ​สนทนา​ของ​เรา​ต้อง​ใช้​เวลา​ไป​ตลอด​ทั้ง​คืน​นั้น.
“หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน​ข้าพเจ้า​ก็​ลุก​จาก​เตียง​ข้าพเจ้า, และ, เช่น​เคย, ไป​ทำ​งาน​ที่​ต้อง​ทำ​ของ​วัน​นั้น; แต่, ใน​การ​พยายาม​ทำ​งาน​ดัง​ครั้ง​อื่น ๆ, ข้าพเจ้า​พบ​ว่า​หมด​เรี่ยวแรง​จน​ทำ​ต่อ​ไป​ไม่​ไหว. บิดา​ข้าพเจ้า, ซึ่ง​กำลัง​ทำ​งาน​อยู่​กับ​ข้าพเจ้า, เห็น​ว่า​คง​มี​บาง​สิ่ง​ผิด​ปรกติ​กับ​ข้าพเจ้า, และ​บอก​ให้​ข้าพเจ้า​กลับ​บ้าน. ข้าพเจ้า​ออก​ไป​ด้วย​ความ​ตั้งใจ​จะ​กลับ​บ้าน; แต่, ขณะ​พยายาม​ข้าม​รั้ว​ออก​จาก​ไร่​ที่​เรา​อยู่, ข้าพเจ้า​ก็​หมด​แรง, และ​ข้าพเจ้า​ล้ม​แน่นิ่ง​อยู่​บน​พื้น​ดิน, และ​ชั่ว​ขณะ​หนึ่ง​ที่​ไม่​รู้สึก​ตัว​เลย.
“สิ่ง​แรก​ที่​จำ​ได้​คือ​เสียง​พูด​กับ​ข้าพเจ้า, เรียก​ชื่อ​ข้าพเจ้า. ข้าพเจ้า​เงย​หน้า​ขึ้น, และ​เห็น​ผู้​ส่ง​สาร​องค์​เดียวกัน​นั้น​ยืน​อยู่​เหนือ​ศีรษะ​ข้าพเจ้า, ล้อม​รอบ​ด้วย​ความ​สว่าง​ดัง​ครั้ง​ก่อน. แล้ว​ท่าน​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมด​แก่​ข้าพเจ้า​อีก​ดัง​ที่​ท่าน​เล่า​ไว้​แก่​ข้าพเจ้า​เมื่อ​คืน​ก่อน, และ​สั่ง​ให้​ข้าพเจ้า​ไป​หา​บิดา​ข้าพเจ้า​และ​บอก​ท่าน​เกี่ยว​กับ​นิมิต​และ​คำสั่ง​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​รับ.
“ข้าพเจ้า​ทำ​ตาม; ข้าพเจ้า​กลับ​ไป​หา​บิดา​ข้าพเจ้า​ใน​ไร่, และ​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมด​แก่​ท่าน. ท่าน​ตอบ​ข้าพเจ้า​ว่า​เรื่อง​นี้​มา​จาก​พระผู้เป็นเจ้า, และ​บอก​ให้​ข้าพเจ้า​ไป​ทำ​ดัง​ที่​ผู้​ส่ง​สาร​สั่ง. ข้าพเจ้า​ออก​จาก​ไร่, และ​ไป​ยัง​ที่​ซึ่ง​ผู้​ส่ง​สาร​ได้​บอก​ข้าพเจ้า​ว่า​มี​แผ่น​จารึก​ฝัง​อยู่; และ​เนื่องจาก​ความ​ชัดเจน​ของ​นิมิต​ซึ่ง​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​มา​เกี่ยว​กับ​สถาน​ที่, ข้าพเจ้า​จึง​รู้จัก​สถาน​ที่​นั้น​ทันที​เมื่อ​ข้าพเจ้า​ไป​ถึงที่​นั่น.
“ใกล้​หมู่​บ้าน​แมนเชสเตอร์, เทศ​มณฑล​ออ​น​ตา​ริ​โอ, รัฐ​นิ​ว​ยอ​ร์ก, มี​เนิน​เขา​ขนาด​ใหญ่​ลูก​หนึ่ง, และ​สูง​ที่สุด​เหนือ​เนิน​อื่น ๆ ใน​ละแวก​นั้น. ทาง​ด้าน​ตะวันตก​ของ​เนิน​เขา​ลูก​นี้, ไม่​ห่าง​จาก​ยอด, ใต้​ก้อน​ศิลา​ขนาด​ใหญ่​ก้อน​หนึ่ง, มี​แผ่น​จารึก​วาง​อยู่, ใน​หีบ​ศิลา. ศิลา​ก้อน​นี้​หนา​และ​บริเวณ​ตรง​กลาง​ของ​ส่วน​บน​นูน, และ​ลาด​ลง​ไป​หา​ขอบ, จน​ตรง​กลาง​ของ​มัน​มอง​เห็น​ได้​เหนือ​พื้น​ดิน, แต่​บริเวณ​ขอบ​โดย​รอบ​ถูก​ดิน​กลบ​ไว้​หมด.
“เมื่อ​โกย​ดิน​ออก​ไป​แล้ว, ข้าพเจ้า​ได้​ชะแลง​อัน​หนึ่ง, ซึ่ง​ข้าพเจ้า​สอด​ลง​ใต้​ขอบ​ศิลา, และ​ด้วย​การ​ออกแรง​เล็กน้อย​ก็​งัด​มัน​ขึ้น. ข้าพเจ้า​มอง​เข้าไป, และ​จริง​ดังนั้น​ที่​นั่น​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​แผ่น​จารึก, อู​ริม​และ​ทูม​มิม, และ​แผ่น​ทับทรวง, ดัง​ที่​ผู้​ส่ง​สาร​กล่าว​ไว้. หีบ​ซึ่ง​ของ​เหล่า​นี้​วาง​อยู่​ใน​นั้น​ประกอบ​ขึ้น​โดย​การ​วาง​ศิลา​เรียง​ไว้​ใน​ปูน​ชนิด​หนึ่ง. ที่​ก้น​หีบ​มี​ศิลา​สอง​ก้อน​วาง​อยู่​ตาม​ขวาง​ของ​หีบ, และ​บน​ศิลา​เหล่า​นี้​มี​แผ่น​จารึก​กับ​สิ่ง​อื่น ๆ วาง​อยู่​ด้วย​กัน.
“ข้าพเจ้า​พยายาม​ยก​ออก​มา, แต่​ผู้​ส่ง​สาร​ห้าม​ข้าพเจ้า​ไว้, และ​บอก​อีก​ว่า​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา​ที่​จะ​นำ​ออก​มา, ทั้ง​จะ​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา, จนกว่า​จะ​ถึง​สี่​ปี​นับ​จาก​เวลา​นั้น; แต่​ท่าน​บอก​ข้าพเจ้า​ว่า​ข้าพเจ้า​จะ​มา​ที่​นั่น​เมื่อ​ครบ​ปี​พอดี​นับ​จาก​วัน​นั้น, และ​ท่าน​จะ​พบ​กับ​ข้าพเจ้า​ที่​นั่น, และ​ข้าพเจ้า​จะ​ทำ​ต่อ​ไป​เช่น​นั้น​จนกว่า​จะ​ถึง​เวลา​ได้​รับ​แผ่น​จารึก.
“โดย​เป็น​ไป​ตาม​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​รับคำ​สั่ง, ข้าพเจ้า​จึง​ไป​เมื่อ​ครบ​กำหนด​แต่ละ​ปี, และ​แต่ละ​ครั้ง​ข้าพเจ้า​พบ​ผู้​ส่ง​สาร​องค์​เดียวกัน​นั้น​ที่​นั่น, และ​ได้​รับคำ​สั่งสอน​และ​ความ​รู้​แจ้ง​จาก​ท่าน​ทุก​ครั้ง​ที่​สนทนา​กัน, เกี่ยว​กับ​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​จะ​ทรง​กระทำ, และ​อาณาจักร​ของ​พระองค์​จะ​ดำเนิน​ไป​อย่างไร​และ​โดย​วิธี​ใด​ใน​วัน​เวลา​สุดท้าย.
* * * * * * *
“ใน​ที่สุด​ก็​ถึง​เวลา​ได้​รับ​แผ่น​จารึก, อู​ริม​และ​ทูม​มิม, และ​แผ่น​ทับทรวง. ใน​วัน​ที่​ยี่สิบ​สอง เดือน​กันยายน, หนึ่ง​พัน​แปด​ร้อย​ยี่สิบ​เจ็ด, โดย​ไป​ยัง​ที่​ซึ่ง​มี​สิ่งของ​เหล่า​นั้น​ฝัง​อยู่​ตาม​ปรกติ​เมื่อ​ครบ​กำหนด​อีก​หนึ่ง​ปี, ผู้​ส่ง​สาร​จาก​สวรรค์​องค์​เดียวกัน​นั้น​ก็​มอบ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ให้​ข้าพเจ้า​พร้อม​กับ​ภาระ​ผูกพัน​ดังนี้: ว่า​ข้าพเจ้า​จะ​รับผิดชอบ​ต่อ​สิ่ง​เหล่า​นั้น; ว่า​หาก​ข้าพเจ้า​ปล่อย​ไป​โดย​ประมาท, หรือ​โดย​การ​ละเลย​ใด ๆ ของ​ข้าพเจ้า, ข้าพเจ้า​จะ​ถูก​ตัดขาด; แต่​หาก​ข้าพเจ้า​จะ​ใช้​ความ​พยายาม​ทั้งหมด​ของ​ข้าพเจ้า​ที่​จะ​ปกปักรักษา​ไว้, จนกว่า​ท่าน, ผู้​ส่ง​สาร, จะ​เรียก​คืน​แล้ว, สิ่งของ​เหล่า​นั้น​จะ​ได้​รับ​การ​คุ้มครอง.
“ใน​ไม่​ช้า​ข้าพเจ้า​ก็​เข้าใจ​เหตุผล​ที่​ข้าพเจ้า​ได้​รับคำ​สั่ง​เข้มงวด​ดัง​กล่าว​ให้​รักษา​สิ่งของ​เหล่า​นี้​ให้​ปลอดภัย, และ​เหตุ​ใด​ผู้​ส่ง​สาร​จึง​กล่าว​ไว้​ว่า​เมื่อ​ข้าพเจ้า​ทำ​สิ่ง​ที่​ทรง​เรียก​ร้อง​จาก​มือ​ข้าพเจ้า​แล้ว, ท่าน​จะ​เรียก​คืน. เพราะ​ทันที​ที่​คน​รู้​ว่า​ข้าพเจ้า​มี​สิ่งของ​เหล่า​นี้, ก็​ถึง​กับ​เพียร​พยายาม​อย่าง​ที่สุด​ที่​จะ​ชิง​ไป​จาก​ข้าพเจ้า. กุศโลบาย​ทุก​อย่าง​ที่​จะ​สามารถ​คิดค้น​ขึ้น​มา​ได้​ก็​นำ​มา​ใช้​เพื่อ​จุด​ประสงค์​นั้น. การ​ข่มเหง​กลับ​หนักมือ​และ​รุนแรง​ขึ้น​กว่า​แต่​ก่อน, และ​ฝูง​ชน​เฝ้าคอย​อยู่​ตลอด​เวลา​ที่​จะ​ชิง​ไป​จาก​ข้าพเจ้า​หาก​เป็น​ไป​ได้. แต่​โดย​ปรีชา​ญาณ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, สิ่งของ​เหล่า​นี้​จึง​ยัง​คง​อยู่​ใน​มือ​ข้าพเจ้า​โดย​ปลอดภัย, จน​ข้าพเจ้า​ได้​ใช้​มัน​ทำ​สิ่ง​ที่​ทรง​เรียก​ร้อง​จาก​มือ​ข้าพเจ้า​ได้​สำเร็จ. เมื่อ, ผู้​ส่ง​สาร​เรียก​คืน, ตาม​ที่​มี​การ​ตกลง​กัน​ไว้, ข้าพเจ้า​จึง​ส่ง​มอบ​ให้ท่า​น; และ​ท่าน​จึง​มี​สิ่ง​เหล่า​นี้​ไว้​ใน​ความ​อารักขา​ของ​ท่าน​จนถึง​วัน​นี้, คือ​วัน​ที่​สอง เดือน​พฤษภาคม, หนึ่ง​พัน​แปด​ร้อย​สาม​สิบ​แปด.”
สำหรับ​บันทึก​โดย​ครบถ้วน, ให้​อ่าน โจ​เซฟ ส​มิ​ธ—ประวัติ, ใน​พระ​คัมภีร์​ไข่มุก​อัน​ล้ำ​ค่า, และ History of the Church of Jesus Christ of Latter-day Saints, (ประวัติ​ศาสนจักร​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​แห่ง​วิ​สุทธิ​ชน​ยุค​สุดท้าย) เล่ม ๑, บท​ที่ ๑ ถึง ๖.
บันทึก​โบราณ​ซึ่ง​นำ​ออก​มา​จาก​แผ่นดิน​ดัง​เสียง​ของ​ผู้คน​พูด​จาก​ภัสมธุลี, และ​แปล​ออก​เป็น​ภาษา​ปัจจุบัน​โดย​ของ​ประทาน​และ​เด​ชานุ​ภาพ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ดัง​พิสูจน์​ได้โดย​การ​ยืนยัน​จาก​สวรรค์, ได้​รับ​การ​จัด​พิมพ์​ออก​มา​สู่​โลก​เป็น​ครั้ง​แรก​ใน​ภาษา​อังกฤษ​ใน​ปี ค.ศ. ๑๘๓๐ คือ The Book of Mormon.