หนังสือของแอลมา
บุตรของแอลมา
ถ้อยคำที่แอลมา, มหาปุโรหิตตามระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า, ประกาศแก่ผู้คนในเมืองและหมู่บ้านของพวกเขาตลอดทั่วแผ่นดิน.
ประกอบด้วยบทที่ ๕.
บทที่ ๕
เพื่อได้ความรอด, มนุษย์ต้องกลับใจและรักษาพระบัญญัติ, เกิดใหม่อีก, ชำระอาภรณ์ของพวกเขาด้วยพระโลหิตของพระคริสต์, ถ่อมตนและเปลื้องความหยิ่งจองหองและความริษยาออกจากตน, และทำงานแห่งความชอบธรรม—พระเมษบาลผู้ประเสริฐทรงเรียกผู้คนของพระองค์—ผู้ที่ทำงานชั่วร้ายเป็นลูกๆ ของมาร—แอลมาเป็นพยานเกี่ยวกับความจริงแห่งหลักคำสอนของท่านและสั่งมนุษย์ให้กลับใจ—ชื่อของคนชอบธรรมจะเขียนไว้ในหนังสือแห่งชีวิต. ประมาณ ๘๓ ปีก่อนคริสตกาล.
๑
บัดนี้เหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นคือแอลมาเริ่มประกา ศกพระวจนะของ พระผู้เป็นเจ้าขแก่ผู้คน, ทีแรกในแผ่นดินแห่งเซราเฮ็มลา, และจากนั้นไปตลอดทั่วแผ่นดิน.
๒
และนี่คือถ้อยคำซึ่งท่านพูดกับผู้คนในศาสนจักรซึ่งได้รับการสถาปนาขึ้นในเมืองแห่งเซราเฮ็มลา, ตามบันทึกของท่านเอง, มีความว่า:
๓
ข้าพเจ้า, แอลมา, ได้รับการ อุทิศกถวายโดยแอลมา, บิดาข้าพเจ้า, ให้เป็นมหา ปุโรหิตขดูแลศาสนจักรของพระผู้เป็นเจ้า, ท่านโดยที่มีพลังอำนาจและสิทธิ อำนาจคจากพระผู้เป็นเจ้าให้ทำสิ่งเหล่านี้, ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าท่านเริ่มสถาปนาศาสนจักรใน แผ่นดินงซึ่งอยู่ในเขตชายแดนนีไฟ; แท้จริงแล้ว, แผ่นดินซึ่งเรียกว่าแผ่นดินแห่งมอรมอน; แท้จริงแล้ว, ท่านให้บัพติศมาพี่น้องของท่านในผืนน้ำแห่งมอรมอน.
๔
และดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, พวกเขาได้รับการ ปลดปล่อยกออกจากเงื้อมมือผู้คนของกษัตริย์โนอาห์, โดยพระเมตตาและเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า.
๕
และดูเถิด, หลังจากนั้น, พวกเขาถูกนำไปสู่ความเป็น ทาสกในแดนทุรกันดารโดยเงื้อมมือของชาวเลมัน; แท้จริงแล้ว, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, พวกเขาอยู่ในการเป็นเชลย, และอีกครั้งหนึ่งพระเจ้าทรงปลดปล่อยพวกเขาออกจากความเป็น ทาสขโดยเดชานุภาพแห่งพระวจนะของพระองค์; และทรงนำเราเข้ามาในแผ่นดินนี้, และที่นี่เราเริ่มสถาปนาศาสนจักรของพระผู้เป็นเจ้าตลอดทั่วแผ่นดินนี้ด้วย.
๖
และบัดนี้ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, พี่น้องข้าพเจ้า, ท่านที่เป็นของศาสนจักรนี้ว่า, ท่านให้ความเป็นเชลยของบรรพบุรุษท่านอยู่ในความทรงจำเพียงพอแล้วหรือ ? แท้จริงแล้ว, และท่านให้พระเมตตาและความอดกลั้นของพระองค์ที่มีต่อพวกเขาอยู่ในความทรงจำเพียงพอแล้วหรือ ? และยิ่งกว่านั้น, ท่านเก็บไว้ในความทรงจำเพียงพอแล้วหรือว่าพระองค์ทรงปลดปล่อยจิตวิญญาณของพวกเขาให้พ้นจากนรกมาแล้ว ?
๗
ดูเถิด, พระองค์ทรงเปลี่ยนใจพวกเขา; แท้จริงแล้ว, พระองค์จะทรงปลุกพวกเขาตื่นจากการหลับสนิท, และพวกเขาตื่นขึ้นมาหาพระผู้เป็นเจ้า. ดูเถิด, พวกเขาอยู่ท่ามกลางความมืด; กระนั้นก็ตาม, จิตวิญญาณพวกเขาได้รับความสว่างโดยแสงสว่างของพระวจนะอันเป็นนิจ; แท้จริงแล้ว, พวกเขาถูกมัดไว้โดยสาย รัดกแห่งความตาย, และ โซ่ขแห่งนรก, และความพินาศอันเป็นนิจได้คอยพวกเขาอยู่.
๘
และบัดนี้ข้าพเจ้าถามท่าน, พี่น้องข้าพเจ้า, คนเหล่านั้นถูกทำลายหรือ ? ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ไม่เลย, พวกเขาไม่ได้ถูกทำลาย.
๙
และข้าพเจ้าถามอีก, สายรัดแห่งความตายขาดหรือ, และโซ่แห่งนรกซึ่งมัดพวกเขาไว้นั้น, ทรงปลดออกแล้วหรือ ? ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ถูกแล้ว, ทรงปลดออกแล้ว, และจิตวิญญาณพวกเขาขยายแล้ว, และพวกเขาร้องสดุดีความรักที่ไถ่. และข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าพวกเขาได้รับการช่วยให้รอด.
๑๐
และบัดนี้ข้าพเจ้าถามท่านว่า พวกเขาได้รับการช่วยให้ รอดกด้วยเงื่อนไขอะไรหรือ ? แท้จริงแล้ว, พวกเขามีเหตุผลอะไรที่จะหวังความรอด ? อะไรเล่าเป็นเหตุให้พวกเขาได้รับการปลดปล่อยจากสายรัดแห่งความตาย, แท้จริงแล้ว, และโซ่แห่งนรกด้วย ?
๑๑
ดูเถิด, ข้าพเจ้าบอกท่านได้—แอลมาบิดาข้าพเจ้าไม่ได้เชื่อในถ้อยคำซึ่งประกาศด้วยปากของอบินา ไดกหรือ ? และท่านไม่ใช่ศาสดาพยากรณ์ผู้บริสุทธิ์หรือ ? ท่านไม่ได้พูดพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้าหรือ, และแอลมาบิดาข้าพเจ้าเชื่อพระวจนะนั้น ?
๑๒
และตามศรัทธาของท่านมีการ เปลี่ยนแปลงกอันลึกซึ้งเกิดขึ้นในใจท่าน. ดูเถิดข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าทั้งหมดนี้จริง.
๑๓
และดูเถิด, ท่าน สั่งสอนกพระวจนะแก่บรรพบุรุษท่าน, และการเปลี่ยนแปลงอันลึกซึ้งเกิดขึ้นในใจคนเหล่านั้นด้วย, และพวกเขาจึงนอบน้อมถ่อมตนและมอบความไว้ วางใจขในพระผู้เป็นเจ้าองค์จริงและทรงพระชนม์ อยู่ค. และดูเถิด, พวกเขาซื่อสัตย์จนกว่าชีวิตจะ หาไม่ง; ฉะนั้นพวกเขาจึงได้รับการช่วยให้รอด.
๑๔
และบัดนี้ดูเถิด, ข้าพเจ้าถามท่าน, พี่น้องข้าพเจ้าในศาสนจักร, ท่าน เกิดกทางวิญญาณจากพระผู้เป็นเจ้าแล้วหรือ ? ท่านได้รับรูปลักษณ์ของพระองค์ไว้ในสีหน้าท่านแล้วหรือ ? ท่านประสบกับการ เปลี่ยนแปลงขอันลึกซึ้งในใจท่านแล้วหรือ ?
๑๕
ท่านแสดงศรัทธาในการไถ่ของพระองค์ผู้ทรง สร้างกท่านหรือไม่ ? ท่านตั้งตารอด้วยดวงตาแห่งศรัทธา, และมองดูร่างกายแห่งมรรตัยนี้ทรงยกขึ้นไปสู่ความเป็นอมตะ, และความเน่าเปื่อยนี้ทรงยก ขึ้นขไปสู่ความไม่เน่าเปื่อย, เพื่อยืนต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อรับการ พิพากษาคตามการกระทำซึ่งทำไว้เมื่ออยู่ในร่างกายแห่งมรรตัยหรือไม่ ?
๑๖
ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ท่านจินตนาการได้ไหมว่าท่านได้ยินสุรเสียงของพระเจ้า, ตรัสกับท่าน, ในวันนั้นว่า: จงมาหาเราเถิดเจ้าผู้ได้รับ พรก, เพราะดูเถิด, งานของเจ้าเป็นงานแห่งความชอบธรรมบนพื้นพิภพ ?
๑๗
หรือท่านจินตนาการเองว่าท่านจะกล่าวเท็จต่อพระเจ้าได้ในวันนั้น, และ กล่าวกว่า—พระเจ้า, งานของพวกข้าพระองค์เป็นงานที่ชอบธรรมบนพื้นพิภพ—และว่าพระองค์จะทรงช่วยท่านให้รอดหรือ ?
๑๘
หรืออีกนัยหนึ่ง, ท่านวาดมโนภาพตนเองได้ไหมว่าถูกนำมาอยู่ต่อหน้าศาลของพระผู้เป็นเจ้าด้วยจิตวิญญาณท่านเต็มไปด้วยความผิดและด้วยสำนึกผิด, โดยมีความทรงจำถึงความผิดทั้งหมดของท่าน, แท้จริงแล้ว, ความทรง จำกอันสมบูรณ์ถึงความชั่วร้ายทั้งหมดของท่าน, แท้จริงแล้ว, ความทรงจำที่ท่านต่อต้านพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า ?
๑๙
ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ท่านจะเงยหน้าดูพระผู้เป็นเจ้าในวันนั้นด้วยใจบริสุทธิ์และด้วยมือสะอาดได้หรือ ? ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ท่านจะเงยหน้าดู, โดยมีรูป ลักษณ์กของพระผู้เป็นเจ้าจารึกอยู่บนสีหน้าของท่านได้หรือ ?
๒๐
ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ท่านคิดถึงการได้รับการช่วยให้รอดได้หรือเมื่อท่านยอม ตนกมาขึ้นอยู่กับมาร ?
๒๑
ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ท่านจะรู้ในวันนั้นว่าท่านรับการช่วยให้ รอดกไม่ได้; เพราะไม่มีมนุษย์คนใดได้รับการช่วยให้รอดได้เลยเว้นแต่จะซัก อาภรณ์ขของเขาให้ขาว; แท้จริงแล้ว, ต้องทำให้อาภรณ์ของเขา บริสุทธิ์คจนมันสะอาดจากรอยเปื้อนทั้งหมด, โดยทางพระโลหิตของพระองค์ผู้ที่บรรพบุรุษเราพูดถึง, ผู้จะมาไถ่ผู้คนของพระองค์จากบาปของพวกเขา.
๒๒
และบัดนี้ข้าพเจ้าถามท่าน, พี่น้องข้าพเจ้า, คนใดในพวกท่านจะรู้สึกอย่างไรเล่า, หากท่านจะยืนอยู่หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระผู้เป็นเจ้า, โดยมีอาภรณ์ท่านเปื้อนโลหิตและความ กสกปรก ขทุกชนิด ? ดูเถิด, สิ่งเหล่านี้จะเป็นพยานฟ้องอะไรท่านเล่า ?
๒๓
ดูเถิดมันจะไม่เป็น พยานกว่าท่านเป็นฆาตกรหรือ, แท้จริงแล้ว, และว่าท่านมีความผิดเกี่ยวกับความชั่วร้ายทุกชนิดด้วยหรือ ?
๒๔
ดูเถิด, พี่น้องข้าพเจ้า, ท่านคิดหรือว่าคนเช่นนั้นจะมีที่นั่งอยู่ในอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า, กับอับ ราฮัมก, กับอิสอัค, และกับยาโคบ, และกับศาสดาพยากรณ์ผู้บริสุทธิ์ทั้งปวงด้วย, ซึ่งอาภรณ์ของคนเหล่านั้นสะอาดและไม่มีมลทิน, บริสุทธิ์และขาวแล้ว ?
๒๕
ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ไม่เลย; เว้นแต่ท่านจะทำให้พระผู้สร้างของเราเป็นผู้กล่าวเท็จนับจากกาลเริ่มต้น, หรือคิดว่าพระองค์เป็นผู้กล่าวเท็จนับจากกาลเริ่มต้น, ท่านไม่ต้องคิดว่าคนเช่นนั้นจะมีที่อยู่ในอาณาจักรแห่งสวรรค์; แต่พวกเขาจะถูกขับออกไปเพราะพวกเขาเป็นลูก หลานกอาณาจักรของมาร.
๒๖
และบัดนี้ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, พี่น้องข้าพเจ้า, หากท่านประสบกับการ เปลี่ยนแปลงกในใจแล้ว, และหากท่านรู้สึกอยาก ร้องเพลงขสดุดีความรักที่ไถ่, ข้าพเจ้าจะถาม, ท่าน รู้สึกคเช่นนั้นขณะนี้ได้หรือไม่ ?
๒๗
ท่านดำเนินไป, โดยรักษาตนให้ปราศจากข้อ ตำหนิกต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้าแล้วหรือ ? หากเรียกท่านให้ตายในเวลานี้, ท่านจะกล่าว, กับตัวท่านเองได้ไหม, ว่าท่านถ่อม ตนขเพียงพอแล้ว ? ว่าอาภรณ์ของท่านสะอาดและขาวแล้วโดยพระโลหิตของพระคริสต์, ผู้จะเสด็จมา ไถ่คผู้คนของพระองค์จากบาปของพวกเขา ?
๒๘
ดูเถิด, ท่านถอดความ จองหองกออกแล้วหรือ ? ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, หากท่านยัง ท่านก็ไม่พร้อมที่จะพบพระผู้เป็นเจ้า. ดูเถิดท่านต้องเตรียมโดยเร็ว; เพราะอาณาจักรแห่งสวรรค์จะมาถึงในไม่ช้า, และคนเช่นนั้นไม่มีชีวิตนิรันดร์.
๒๙
ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าว, ในบรรดาพวกท่านมีใครบ้างไหมที่ไม่ถอดความ ริษยากออก ? ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าคนเช่นนั้นยังไม่พร้อม; และข้าพเจ้าอยากให้เขาเตรียมตัวโดยเร็ว, เพราะโมงนั้นใกล้จะมาถึงแล้ว, และเขาไม่รู้ว่าเมื่อไรเวลานั้นจะมาถึง; เพราะจะไม่พบว่าคนเช่นนั้นปราศจากความผิด.
๓๐
และอนึ่งข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, มีใครในบรรดาพวกท่านที่ ล้อเลียนกพี่น้องของเขา, หรือที่ถมทับการข่มเหงลงบนเขา ?
๓๑
วิบัติแก่คนเช่นนั้น, เพราะเขาไม่พร้อม, และใกล้จะถึงเวลาแล้วที่เขาต้องกลับใจหรือเขาจะรับการช่วยให้รอดไม่ได้ !
๓๒
แท้จริงแล้ว, แม้วิบัติแก่ท่านทั้งหลายผู้ทำ งานกแห่งความชั่วช้าสามานย์; จงกลับใจ, จงกลับใจเถิด, เพราะพระเจ้าพระผู้เป็นเจ้ารับสั่งเรื่องนี้ !
๓๓
ดูเถิด, พระองค์ทรงส่งคำเชิญมาถึงมนุษย์ ทั้งปวงก, เพราะพระ พาหุขแห่งพระเมตตายื่นมาให้พวกเขา, และพระองค์ตรัส: จงกลับใจ, และเราจะรับเจ้าไว้.
๓๔
แท้จริงแล้ว, พระองค์ตรัส: จง มากหาเราเถิดและเจ้าจะรับส่วน ผลขของต้นไม้แห่งชีวิต; แท้จริงแล้ว, เจ้าจะกินและดื่ม อาหารคและน้ำแห่งชีวิตโดย เสรีง;
๓๕
แท้จริงแล้ว, จงมาหาเราและจงนำเอางานแห่งความชอบธรรมออกมา, และเจ้าจะไม่ถูกโค่นและโยนเข้าไปในไฟ—
๓๖
เพราะดูเถิด, ใกล้จะถึงเวลาแล้วที่ผู้ใดก็ตามหากไม่นำเอาผลดีออก มาก, หรือผู้ใดก็ตามที่ไม่ทำงานแห่งความชอบธรรม, ผู้นั้นย่อมมีเหตุที่จะพิลาปรำพันและโศกเศร้า.
๓๗
โอ้ท่านผู้ทำงานแห่งความชั่วช้าสามานย์; ท่านผู้ลำพองในสิ่งไร้ ประโยชน์กของโลก, ท่านผู้อ้างว่ารู้ทางแห่งความชอบธรรม กระนั้นก็ตามยังหลง ไปข, ดัง แกะคที่ไม่มีเมษบาล, ทั้งที่พระเมษบาลองค์หนึ่งทรงตาม เรียกงหาท่านและยังคงตามเรียกหาท่าน, แต่ท่านไม่ยอมสดับ ฟังจเสียงของพระองค์ !
๓๘
ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ว่าพระเมษ บาลกผู้ประเสริฐทรงเรียกท่าน; แท้จริงแล้ว, และในพระนามของพระองค์เองพระองค์ทรงเรียกท่าน, ซึ่งคือพระนามของพระคริสต์; และหากท่านจะไม่สดับ ฟังขเสียงของพระเมษบาลผู้ ประเสริฐคองค์นั้น, ตามพระ นามงที่ใช้เรียกท่านอยู่, ดูเถิด, ท่านก็ไม่ใช่แกะของพระเมษบาลผู้ประเสริฐองค์นั้น.
๓๙
และบัดนี้หากท่านไม่ใช่แกะของพระเมษบาลผู้ประเสริฐองค์นั้น, ท่านเป็นของ คอกกใดเล่า ? ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ว่า มารขคือเมษบาลของท่าน, และท่านเป็นของคอกเขา; และบัดนี้, ใครเล่าจะปฏิเสธเรื่องนี้ได้ ? ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ผู้ใดก็ตามที่ปฏิเสธเรื่องนี้ย่อมเป็นเหมือนคนกล่าว เท็จคและเป็น ลูกงของมาร.
๔๐
เพราะข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าอะไรก็ตามที่ ดีกมาจากพระผู้เป็นเจ้า, และอะไรก็ตามที่ชั่วมาจากมาร.
๔๑
ฉะนั้น, หากคนผู้หนึ่งนำเอางาน ดีกออกมาเขาย่อมสดับฟังเสียงของพระเมษบาลผู้ประเสริฐองค์นั้น, และเขาย่อมติดตามพระองค์; แต่ผู้ใดก็ตามที่นำงานชั่วออกมา, ผู้นั้นก็เป็น ลูกขของมาร, เพราะสดับฟังเสียงเขา, และติดตามเขา.
๔๒
และผู้ใดก็ตามที่ทำเช่นนี้ต้องได้รับค่า ตอบแทนกของตนจากเขา; ฉะนั้น, เพื่อค่า ตอบแทนขของเขา, เขาจึงได้รับความ ตายค, ในเรื่องที่เกี่ยวกับความชอบธรรม, โดยตายแล้วจากงานดีทั้งหมด.
๔๓
และบัดนี้, พี่น้องข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าอยากให้ท่านฟังข้าพเจ้า, เพราะข้าพเจ้าพูดด้วยพลังของจิตวิญญาณข้าพเจ้า; เพราะดูเถิด, ข้าพเจ้าพูดกับท่านอย่างชัดแจ้งเพื่อท่านจะไม่ผิดพลาด, หรือข้าพเจ้าพูดตามพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า.
๔๔
เพราะข้าพเจ้าได้รับเรียกให้มาพูดตามนี้, ตามระเบียบอัน ศักดิ์สิทธิ์กของพระผู้เป็นเจ้า, ซึ่งอยู่ในพระคริสต์พระเยซู; แท้จริงแล้ว, ข้าพเจ้าได้รับบัญชาให้มายืนเป็นพยานแก่คนพวกนี้ถึงเรื่องที่บรรพบุรุษเราพูดไว้เกี่ยวกับเรื่องที่จะมาถึง.
๔๕
และนี่ยังไม่หมด. ท่านไม่คิดหรือว่าข้าพเจ้า รู้กด้วยตนเองถึงเรื่องเหล่านี้ ? ดูเถิด, ข้าพเจ้าเป็นพยานแก่ท่านว่าข้าพเจ้ารู้ว่าเรื่องเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าพูดมาแล้วเป็นเรื่องจริง. และท่านคิดว่าข้าพเจ้ารู้ถึงความแน่นอนของเรื่องเหล่านี้ด้วยวิธีใด ?
๔๖
ดูเถิด, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าเรื่องเหล่านี้เป็นที่ รู้กแก่ข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า. ดูเถิด, ข้าพเจ้าอด อาหารขและสวดอ้อนวอนมาหลายวันเพื่อข้าพเจ้าจะรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยตนเอง. และบัดนี้ข้าพเจ้ารู้ด้วยตนเองว่าเรื่องเหล่านี้จริง; เพราะพระเจ้าพระผู้เป็นเจ้าทรงแสดงเรื่องเหล่านี้ให้ประจักษ์แก่ข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์; และนี่คือวิญญาณแห่งการ เปิดเผยคซึ่งอยู่กับข้าพเจ้า.
๔๗
และยิ่งกว่านั้น, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าข้าพเจ้าได้รับการเปิดเผยแก่ข้าพเจ้าดังนี้, ว่าคำที่บรรพบุรุษเราพูดไว้จริงแท้เช่นนั้น, และเป็นดังนั้นตามวิญญาณแห่งการพยากรณ์ซึ่งอยู่กับข้าพเจ้า, ซึ่งเป็นโดยการแสดงให้ประจักษ์ของพระวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าด้วย.
๔๘
ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ว่าข้าพเจ้ารู้ด้วยตนเองว่าอะไรก็ตามที่ข้าพเจ้าจะกล่าวแก่ท่าน, เกี่ยวกับสิ่งที่จะมาถึงนั้น, จริง; และข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ว่าข้าพเจ้ารู้ว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จมา, แท้จริงแล้ว, พระบุตร, องค์เดียวที่ถือกำเนิดจากพระบิดา, ทรงเปี่ยมไปด้วยพระคุณ, และพระเมตตา, และความจริง. และดูเถิด, พระองค์นั่นเองที่จะเสด็จมาและเอาบาปของโลกไป, แท้จริงแล้ว, บาปของทุกคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์อย่างแน่วแน่.
๔๙
และบัดนี้ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่านี่คือ ระเบียบกซึ่งตามนี้ข้าพเจ้าได้รับเรียกมา, แท้จริงแล้ว, เพื่อสั่งสอนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า, แท้จริงแล้ว, และทุกคนที่พำนักอยู่ในแผ่นดิน; แท้จริงแล้ว, เพื่อสั่งสอนคนทั้งปวง, ทั้งสูงวัยและอ่อนวัย, ทั้งทาสและไท; แท้จริงแล้ว, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านผู้สูงวัย, และวัยกลางคนด้วย, และอนุชนรุ่นหลัง; แท้จริงแล้ว, เพื่อร้องขอต่อพวกเขาว่าพวกเขาต้องกลับใจและเกิด ใหม่ข.
๕๐
แท้จริงแล้ว, ดังนั้นพระวิญญาณตรัส: จงกลับใจ, เจ้าทั้งหลายทั่วสุดแดนแผ่นดินโลก, เพราะอาณาจักรแห่งสวรรค์ใกล้จะมาถึงในไม่ช้า; แท้จริงแล้ว, พระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาด้วยรัศมี ภาพกของพระองค์, ด้วยฤทธานุภาพ, พระบารมี, เดชานุภาพ, และอำนาจการปกครองของพระองค์. แท้จริงแล้ว, พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ว่าพระวิญญาณตรัส: จงดูรัศมีภาพแห่ง กษัตริย์ขของทั้งแผ่นดินโลก; และในเร็ว ๆ นี้กษัตริย์แห่งสวรรค์จะทรงส่องความสว่างออกมาในบรรดาลูกหลานมนุษย์ทั้งปวงด้วย.
๕๑
และพระวิญญาณตรัสกับข้าพเจ้าด้วย, แท้จริงแล้ว, ทรงร้องต่อข้าพเจ้าด้วยสุรเสียงอันทรงไว้ด้วยอานุภาพ, มีความว่า: จงออกไปและกล่าวแก่คนเหล่านี้—จงกลับใจ, เพราะเว้นแต่เจ้าจะกลับใจหาไม่แล้วเจ้าก็ไม่มีทางจะสืบทอดอาณาจักรแห่ง สวรรค์กเป็นมรดกได้.
๕๒
และอนึ่งข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, พระวิญญาณตรัส: ดูเถิด, พระองค์ทรงวาง ขวานกไว้ที่รากของต้นไม้; ฉะนั้นทุกต้นที่ไม่ออกผลดีจะถูก โค่นขและโยนเข้าไปในไฟ, แท้จริงแล้ว, ไฟที่จะมอดไม่ได้, แม้เป็นไฟที่ไม่รู้ดับ. ดูเถิด, และจำไว้ว่า, พระผู้บริสุทธิ์รับสั่งเรื่องนี้.
๕๓
และบัดนี้พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ท่านจะต่อต้านคำพูดนี้ได้หรือ; แท้จริงแล้ว, ท่านจะละทิ้งเรื่องเหล่านี้ได้หรือ, และ เหยียบย่ำกพระผู้บริสุทธิ์ไว้ใต้เท้าท่าน; แท้จริงแล้ว, ท่านจะลำพองในความ จองหองขของใจท่านได้หรือ; แท้จริงแล้ว, ท่านจะยังขืนสวมเสื้อผ้าราคา แพงคและให้ใจท่านหมกมุ่นในสิ่งไร้ประโยชน์ของโลก, ในทรัพย์สินมี ค่างของท่านหรือ ?
๕๔
แท้จริงแล้ว, ท่านจะขืนคิดอยู่หรือว่าท่านเป็นคนดีกว่าคนอื่น; แท้จริงแล้ว, ท่านจะขืนข่มเหงพี่น้องของท่าน, ผู้นอบน้อมถ่อมตนและเดินตามระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้าหรือ, ซึ่งโดยระเบียบนี้พวกเขาได้รับการนำเข้ามาในศาสนจักรนี้, ได้รับการชำระให้ บริสุทธิ์กแล้วโดยพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์, และพวกเขาจึงนำเอางานซึ่งคู่ควรกับการกลับใจออกมา—
๕๕
แท้จริงแล้ว, ท่านจะขืนหันหลังให้คน จนก, และคนขัดสน, และกีดกันทรัพย์สินของท่านจากพวกเขาอีกหรือ ?
๕๖
และในที่สุด, ท่านทั้งปวงที่จะขืนอยู่ในความชั่วร้ายของท่าน, ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าคนเหล่านี้คือคนที่จะถูกโค่นและโยนเข้าไปในไฟเว้นแต่พวกเขาจะกลับใจโดยเร็ว.
๕๗
และบัดนี้ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ทุกคนที่ปรารถนาจะติดตามเสียงของพระเมษบาลผู้ ประเสริฐก, ท่านจงออกมาจากคนชั่วร้าย, และท่านจง แยกขออกมา, และจงอย่าแตะต้องสิ่งที่ไม่สะอาดของพวกเขา; และดูเถิด, ชื่อพวกเขาจะถูก ลบค, เพื่อชื่อคนชั่วร้ายจะไม่นับอยู่ในบรรดาชื่อคนชอบธรรม, เพื่อพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้าจะเกิดสัมฤทธิผล, ดังได้ตรัสไว้: ชื่อคนชั่วร้ายจะไม่ปนอยู่กับชื่อผู้คนของเรา;
๕๘
เพราะชื่อคนชอบธรรมจะเขียนไว้ใน หนังสือกแห่งชีวิต, และแก่พวกเขาเราจะให้มรดกทางมือขวาเรา. และบัดนี้, พี่น้องข้าพเจ้า, ท่านมีอะไรจะกล่าวคัดค้านเรื่องนี้ ? ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, หากท่านพูดคัดค้าน, ก็ไม่เป็นไร, เพราะพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้าต้องเกิดสัมฤทธิผล.
๕๙
เพราะในบรรดาพวกท่านมีเมษบาลคนใดเล่าที่มีแกะหลายตัวแล้วไม่คอยเฝ้ามัน, เพื่อที่สุนัขป่าจะไม่เข้ามาขม้ำฝูงแกะของเขา ? และดูเถิด, หากสุนัขป่าเข้ามาในฝูงของเขา เขาจะไม่ไล่มันออกไปหรือ ? แท้จริงแล้ว, และในที่สุด, หากทำได้, เขาจะทำลายมัน.
๖๐
และบัดนี้ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่าพระเมษบาลผู้ประเสริฐทรงเรียกหาท่านอยู่; และหากท่านจะสดับฟังเสียงของพระองค์ พระองค์จะนำท่านเข้าคอกของพระองค์, และท่านเป็นแกะของพระองค์; และพระองค์ทรงสั่งท่านว่าอย่าปล่อยให้สุนัขป่าหิวโหยเข้ามาในบรรดาพวกท่าน, เพื่อท่านจะไม่ถูกทำลาย.
๖๑
และบัดนี้ข้าพเจ้า, แอลมา, สั่งท่านด้วยพระดำรัสของ พระองค์กผู้ทรงบัญชาข้าพเจ้า, ให้ท่านถือปฏิบัติตามถ้อยคำที่ข้าพเจ้าพูดกับท่าน.
๖๒
ข้าพเจ้าพูดโดยรูปแบบของคำบัญชากับท่านผู้เป็นของศาสนจักร; และกับผู้ที่ไม่เป็นของศาสนจักรข้าพเจ้าพูดโดยรูปแบบของการเชื้อเชิญ, มีความว่า: จงมาและรับบัพติศมาสู่การกลับใจ, เพื่อท่านจะเป็นผู้รับส่วนผลของ ต้นไม้กแห่งชีวิตด้วย.
|