พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หนังสือ​ของ​แอลมา
บุตร​ของ​แอลมา
บท​ที่ ๔๖
อ​แมลิไค​ยาห์ออก​อุบาย​เพื่อ​เป็น​กษัตริย์—โม​โร​ไน​ยก​ธง​แห่ง​เสรีภาพ—ท่าน​รณรงค์​ให้​ผู้คน​ปกป้อง​ศาสนา​ของ​ตน—ผู้​ที่​เชื่อ​โดย​แท้จริง​เรียก​ว่า​ชาว​คริสต์—พวก​ที่​เหลือ​อยู่​ของ​โย​เซ​ฟจะได้​รับ​การ​ปกปักรักษา​ไว้—อ​แมลิไค​ยาห์และ​พวก​ผู้​แตกแยก​หลบ​หนี​ไป​แผ่นดิน​แห่งนีไฟ—บรรดา​ผู้​ที่​ไม่​สนับสนุน​อุดมการณ์​แห่ง​อิสรภาพ​ถูก​ประหาร. ประมาณ ๗๓–๗๒ ปี​ก่อน​ค​ริ​สต​กาล.
  ๑ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​มาก​เท่า​ที่​ไม่​สดับ​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​ฮีลามัน​และ​พี่น้อง​ท่าน​มา​รวม​กัน​ต่อต้าน​พี่น้อง​ของ​ตน.
  ๒ และ​บัดนี้​ดูเถิด, พวก​เขา​เคือง​แค้น​อย่าง​ยิ่ง, ถึงขนาด​ที่​พวก​เขา​ตั้งใจ​จะ​สังหาร​คน​เหล่า​นั้น.
  ๓ บัดนี้​หัวหน้า​ของ​พวก​ที่​เคือง​แค้น​พี่น้อง​ของ​ตน​เป็น​ชาย​ร่าง​ใหญ่​และ​แข็งแรง; และ​ชื่อ​ของ​เขา​คือ​อ​แมลิไคยาห์.
  ๔ และ​อ​แมลิไค​ยาห์ปรารถนา​จะ​เป็น​กษัตริย์; และ​บรรดา​ผู้คน​ที่​เคือง​แค้น​อยู่​ก็​ปรารถนา​จะ​ให้​เขา​เป็น​กษัตริย์​ของ​ตน; และ​พวก​เขา​ส่วน​มาก​เป็น​ผู้​พิพากษา​ชั้นต้น​ของ​แผ่นดิน, และ​พวก​เขา​กำลัง​แสวง​หา​อำนาจ.
  ๕ และ​พวก​เขา​ถูก​ชักนำ​ไป​ด้วย​คำ​ป้อยอ​ของ​อ​แมลิไคยาห์, ว่า​หาก​พวก​เขา​สนับสนุน​และ​สถาปนา​เขา​เป็น​กษัตริย์​แล้ว​เขา​จะ​ทำให้​พวก​เขา​เป็น​ผู้​ปกครอง​เหนือ​ผู้คน.
  ๖ ดังนั้น​พวก​เขา​จึง​ถูก​อ​แมลิไค​ยาห์ชักนำ​ไป​สู่​การ​แตกแยก, แม้​กระนั้น​ทั้งที่​มี​คำสั่ง​สอน​ของ​ฮีลามัน​และ​พี่น้อง​ท่าน​อยู่, แท้จริง​แล้ว, ทั้งที่​คน​เหล่า​นั้น​เอาใจใส่​ดูแล​ศาสนจักร​อย่าง​มาก​ยิ่ง​นัก, เพราะ​พวก​เขา​เป็น​มหา​ปุโรหิต​ดูแล​ศาสนจักร.
  ๗ และ​มี​หลาย​คนใน​ศาสนจักร​ที่​เชื่อ​คำ​ป้อยอ​ของ​อ​แมลิไคยาห์, ฉะนั้น​พวก​เขา​จึง​แตกแยก​ไป​แม้​จาก​ศาสนจักร; และ​ดังนั้น​กิจจานุกิจ​ของ​ผู้คน​ของ​นีไฟจึง​ล่อแหลม​และ​เป็นอัน​ตรา​ยอ​ย่าง​ยิ่ง, ทั้งที่​มี​ชัยชนะ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พวก​เขา​ซึ่ง​ได้​รับ​เหนือ​ชาวเล​มัน, และ​ความ​ชื่นชมยินดี​อัน​ใหญ่​หลวง​ของ​พวก​เขา​ซึ่ง​ได้​รับ​เพราะ​การ​ปลดปล่อย​โดย​พระ​หัตถ์​ของ​พระเจ้า.
  ๘ ดังนั้น​เรา​จึง​เห็น​ว่า​ลูก​หลาน​มนุษย์​ลืม​พระเจ้า​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ตน​ได้รวดเร็ว​เพียง​ใด, แท้จริง​แล้ว, ทำความ​ชั่วช้า​สามานย์, และ​ถูก​มาร​ร้าย​ชักจูง​ไป​ได้​รวดเร็ว​เพียง​ใด.
  ๙ แท้จริง​แล้ว, และ​เรา​เห็น​ด้วยว่า​คน​ชั่ว​ร้าย​มาก​คน​หนึ่ง​สามารถ​ทำความ​ชั่วร้าย​ใหญ่​หลวง​ให้​เกิด​ขึ้น​ได้​ใน​บรรดา​ลูก​หลาน​มนุษย์.
  ๑๐ แท้จริง​แล้ว, เรา​เห็น​ว่า​อ​แมลิไคยาห์, เพราะ​เขา​เป็น​คน​มี​อุบาย​เล่ห์​กล​และ​เป็น​คน​ถนัด​ใช้​คำ​ป้อยอ, เพื่อ​เขา​จะ​ชักนำ​ใจ​ผู้คน​มากมาย​ให้​ทำ​ชั่ว; แท้จริง​แล้ว, และ​เพื่อ​หมายมั่น​จะ​ทำลาย​ศาสนจักร​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, และ​เพื่อ​ทำลาย​รากฐาน​แห่งเสรีภาพ​ซึ่ง​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​มอบ​ให้​พวก​เขา, หรือ​พร​ที่​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​ส่ง​มาบ​น​ผืน​แผ่นดิน​เพื่อ​เห็นแก่​คนชอบธรรม.
  ๑๑ และ​บัดนี้​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​โม​โร​ไน, ผู้​เป็น​หัวหน้าบัญชาการ​กองทัพ​ของ​ชาวนีไฟ, ได้ยิน​ถึง​ความ​แตกแยก​เหล่า​นี้, ท่าน​โกรธ​อ​แมลิไคยาห์.
  ๑๒ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​ท่าน​ฉีก​เสื้อ​คลุม​ของ​ท่าน; และ​นำ​ชิ้น​หนึ่ง​ที่​ฉีก​ออก​มา, และ​เขียน​บน​นั้น​ว่า—เพื่อ​เป็น​ที่​ระลึก​ถึง​พระผู้เป็นเจ้า​ของเรา, ศาสนา​ของ​เรา, และ​อิสรภาพ, และ​สันติภาพ​ของ​เรา, ภรรยา, และ​ลูก​ๆ ของ​เรา—และ​ท่าน​ผูก​ไว้​บน​ปลาย​ไม้ยาว​อัน​หนึ่ง.
  ๑๓ และ​ท่าน​สวม​หมวก​เกราะ​ของ​ท่าน, และ​สวม​เกราะ​อก​ของ​ท่าน, และ​โล่​ของ​ท่าน, และ​คาด​ยุทธภัณฑ์​ของ​ท่าน​ไว้​รอบ​เอว; และ​ท่าน​หยิบ​ไม้ยาว, ซึ่ง​ตรง​ปลาย​ติด​เสื้อ​คลุม​ของ​ท่าน​ที่​ฉีก​ไว้, (และ​ท่าน​เรียก​มัน​ว่า​ธง​แห่ง​เสรีภาพ) และ​ท่าน​โน้ม​กาย​ลง​สู่​พื้น​ดิน, และ​ท่าน​สวด​อ้อนวอน​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ท่าน​อย่าง​สุดกำลัง​ขอ​พร​แห่ง​เสรีภาพ​สถิต​อยู่​กับ​พี่น้อง​ท่าน, ตราบเท่า​ที่​มี​กลุ่ม​ชาว​คริสต์​เหลือ​อยู่​เพื่อ​ครอบครอง​แผ่นดิน—
  ๑๔ เพราะ​โดย​นาม​นี้​ผู้​เชื่อ​ใน​พระ​คริสต์​อย่าง​แท้จริง​ทุก​คน, ซึ่ง​เป็น​ของ​ศาสนจักร​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, เป็น​ที่​เรียก​ขาน​โดย​ผู้​ที่​ไม่​ได้​เป็น​ของ​ศาสนจักร.
  ๑๕ และ​บรรดา​คน​ที่​เป็น​ของ​ศาสนจักร​ซื่อสัตย์; แท้จริง​แล้ว, คน​ทั้งปวง​ที่​เป็น​ผู้​เชื่อ​ใน​พระ​คริสต์​โดย​แท้จริง ยอม​รับ, พระนาม​ของ​พระ​คริสต์, ด้วย​ความ​ยินดี, หรือ​ชาวคริสต์​ดัง​ที่​เรียก​พวก​เขา, เพราะ​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​เขา​ใน​พระ​คริสต์​ผู้​จะ​เสด็จ​มา.
  ๑๖ และ​ฉะนั้น, ใน​เวลา​นี้, โม​โร​ไน​สวด​อ้อนวอน​เพื่อ​อุดมการณ์​ของ​ชาว​คริสต์, และ​อิสรภาพ​ของ​แผ่นดิน​จะ​ได้​เป็น​ที่​โปรดปราน.
  ๑๗ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​ท่าน​ทุ่มเท​จิต​วิญญาณ​ท่าน​แด่​พระผู้เป็นเจ้า​แล้ว, ท่าน​จึง​ตั้ง​ชื่อ​แผ่นดิน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​แผ่นดินรกร้าง, แท้จริง​แล้ว, และ​ท้าย​ที่สุด, แผ่นดิน​ทั้งหมด, ทั้ง​ทาง​เหนือ​และ​ทาง​ใต้​ว่า—แผ่นดิน​ที่​เลือกสรร, และ​แผ่นดิน​แห่ง​เสรีภาพ.
  ๑๘ และ​ท่าน​กล่าว: พระผู้เป็นเจ้า​จะ​ไม่​ทรง​ยอม​อย่าง​แน่นอน​ที่​จะ​ให้​เรา, ซึ่ง​ถูก​ดูหมิ่น​เพราะ​เรา​ยอม​รับ​พระ​นาม​ของ​พระ​คริสต์, ถูก​เหยียบย่ำ​และ​ทำลาย, จนกว่า​เรา​จะ​นำ​มัน​มา​สู่​ตน​โดย​การ​ล่วง​ละเมิด​ของ​เรา​เอง.
  ๑๙ และ​เมื่อ​โม​โร​ไน​กล่าว​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​แล้ว, ท่าน​ออก​ไป​ใน​บรรดา​ผู้คน, โบก​ชิ้น​ผ้า​ที่​ฉีก​จากเสื้อ​ท่าน​ใน​อากาศ, เพื่อ​ทุก​คน​จะ​ได้​เห็น​อักขระ​ที่​ท่าน​เขียน​ไว้​บน​ผ้า​ที่​ฉีก​ออก​นั้น, และ​ร้อง​ด้วย​เสียง​อัน​ดัง, มีค​วาม​ว่า:
  ๒๐ ดูเถิด, ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​จะ​ธำรง​รักษา​ธง​นี้​บน​แผ่นดิน, ขอ​ให้​พวก​เขา​ออก​มา​ด้วย​พละ​กำลัง​ของ​พระเจ้า, และ​เข้า​มา​ใน​พัน​ธ​สัญญา​เพื่อ​จะ​ธำรง​รักษา​สิทธิ​ของ​ตน, และ​ศาสนา​ของ​ตน, เพื่อ​พระเจ้า​พระผู้เป็นเจ้า​จะ​ประทาน​พร​ให้​พวก​เขา.
  ๒๑ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​โม​โร​ไน​ประกาศ​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้, ดูเถิด, ผู้คน​พา​กัน​วิ่ง​มา​พร้อม​ด้วย​ยุทธภัณฑ์​คาด​ไว้​รอบ​เอว​ของ​ตน, โดย​ฉีก​อาภรณ์​ของ​พวก​เขา​ออก​เป็น​หมาย​สำคัญ, หรือ​เป็น​พัน​ธ​สัญญา, ว่า​พวก​เขา​จะ​ไม่​ทิ้ง​พระเจ้า​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​ตน; หรือ​อีก​นัย​หนึ่ง, หาก​พวก​เขา​ล่วง​ละเมิด​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, หรือ​ตก​ไป​สู่​การ​ล่วง​ละเมิด, และละอาย​ที่​จะ​ยอม​รับ​พระ​นาม​ของ​พระ​คริสต์​แล้ว, พระเจ้า​จะ​ทรง​ฉีก​พวก​เขา​แม้​ดัง​ที่​พวก​เขา​ฉีก​อาภรณ์​ของ​ตน.
  ๒๒ บัดนี้​นี่​คือ​พัน​ธ​สัญญา​ที่​พวก​เขา​ทำ​ไว้, และ​พวก​เขา​โยน​อาภรณ์​ไว้​แทบ​เท้า​ของ​โม​โร​ไน, โดย​กล่าว​ว่า: เรา​ทำ​พัน​ธ​สัญญา​กับ​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา, ว่า​เรา​จะ​ถูก​ทำลาย, แม้​ดัง​พี่น้อง​เรา​ใน​แผ่นดิน​ทาง​เหนือ, หาก​เรา​จะ​ตก​ไป​สู่​การ​ล่วง​ละเมิด; แท้จริง​แล้ว, พระองค์​จะ​ทรง​โยน​เรา​ไป​แทบ​เท้า​ศัตรู​ของ​เรา​ก็ได้, แม้​ดัง​ที่​เรา​โยน​อาภรณ์​ของ​เรา​ไว้​แทบ​เท้า​ท่าน​เพื่อให้​เหยียบ​ไว้​ใต้เท้า, หาก​เรา​จะ​ตก​ไป​สู่​การ​ล่วง​ละเมิด.
  ๒๓ โม​โร​ไน​กล่าว​แก่​พวก​เขา: ดูเถิด, เรา​ทั้งหลาย​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ที่​เหลือ​อยู่​ของ​พงศ์พันธุ์​ยา​โค​บ; แท้จริง​แล้ว, เรา​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ที่​เหลือ​อยู่​ของ​พงศ์พันธุ์​โยเซฟ, ผู้​ซึ่ง​เสื้อคลุม​ของ​เขา​ถูก​พี่ ๆ ของ​เขา​ฉีก​เป็น​ชิ้น ๆ; แท้จริง​แล้ว, และ​บัดนี้​ดูเถิด, ขอ​ให้​เรา​จดจำ​ที่​จะ​รักษา​พระ​บัญญัติ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, มิ​ฉะนั้น​อาภรณ์​ของ​เรา​จะ​ถูก​พี่น้อง​เรา​ฉีก, และ​เรา​จะ​ถูก​โยน​เข้า​ใน​เรือนจำ, หรือ​ถูก​ขาย, หรือ​ถูก​สังหาร.
  ๒๔ แท้จริง​แล้ว, ขอ​ให้​เรา​ปกปักรักษา​เสรีภาพ​ของ​เรา​ดัง​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ที่​เหลืออยู่​ของ​โย​เซฟ; แท้จริง​แล้ว, ให้​เรา​จดจำ​ถ้อยคำ​ของ​ยา​โค​บ, ก่อน​มรณกรรม​ของ​ท่าน, เพราะ​ดูเถิด, ท่าน​เห็น​ว่า​ส่วน​หนึ่ง​ของ​เสื้อ​คลุม​ที่​เหลือ​อยู่​ของ​โย​เซ​ฟได้รับ​การ​เก็บ​รักษา​ไว้​และ​ไม่​ได้​เน่า​เปื่อย. และ​ท่าน​กล่าว​ว่า—แม้​ดัง​ส่วน​ที่​เหลือ​อยู่​นี้​ของ​อาภรณ์​ของ​บุตร​ข้าพเจ้า​ได้​รับ​การ​เก็บ​รักษา​ไว้​ฉันใด, ส่วน​หนึ่ง​ที่​เหลืออยู่​ของ​พงศ์พันธุ์​ของ​บุตร​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​รับ​การ​ปกปักรักษา​ไว้​โดย​พระ​หัตถ์​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ฉันนั้น, และ​จะ​พา​ไป​สู่​พระองค์, ใน​ขณะ​ที่​พงศ์พันธุ์​โย​เซ​ฟที่เหลือ​อยู่​จะ​สูญ​สลาย, ดัง​ส่วน​ที่​เหลือขอ​ง​อาภรณ์​ท่าน.
  ๒๕ บัดนี้​ดูเถิด, เรื่อง​นี้​ทำให้​จิต​วิญญาณ​ข้าพเจ้า​โทมนัส; กระนั้น​ก็ตาม, จิต​วิญญาณ​ข้าพเจ้า​ยัง​มี​ปีติ​ใน​บุตร​ข้าพเจ้า, เพราะ​ส่วน​นั้น​ของ​พงศ์พันธุ์​ของ​เขา​ซึ่ง​จะ​ได้​รับ​การพา​ไป​สู่​พระผู้เป็นเจ้า.
  ๒๖ บัดนี้​ดูเถิด, นี่​คือ​คำ​พูด​ของ​ยา​โค​บ.
  ๒๗ และ​บัดนี้​ใคร​จะ​รู้​บางที​ผู้​ที่​เหลือ​อยู่​ของ​พงศ์พันธุ์​โย​เซฟ, ซึ่ง​จะ​สูญ​สลาย​ดัง​อาภรณ์​ท่าน, คือ​คน​ที่​แตกแยก​ไป​จาก​เรา ? แท้จริง​แล้ว, แม้​จะ​เป็น​ตัว​เรา​หาก​เรา​ไม่​ตั้ง​มั่น​อยู่​ใน​ศรัทธา​แห่ง​พระ​คริสต์.
  ๒๘ และ​บัดนี้​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​โม​โร​ไน​กล่าว​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​แล้ว​ท่าน​ก็​ออก​ไป, และ​สั่ง​ไป​ถึง​ทุก​ภาค​ใน​แผ่นดิน​ที่​มี​การ​แตกแยก​ด้วย, และ​รวบรวม​ผู้คน​ทั้งหมด​ที่​ปรารถนา​จะ​ธำรง​รักษา​เสรีภาพ​ของ​ตน, ให้​ยืนหยัด​ต่อสู้​อ​แมลิไค​ยาห์และ​คน​ที่​แตกแยก​ออก​ไป, ซึ่ง​เรียก​ว่า​ชาว​อ​แมลิไคยาห์.
  ๒๙ และ​บัดนี้​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​อ​แมลิไค​ยาห์เห็น​ว่าผู้​คน​ของ​โม​โร​ไน​มี​จำนวน​มากมาย​ยิ่ง​กว่า​ชาว​อ​แมลิไคยาห์—และ​เขา​เห็น​ด้วยว่า​ผู้คน​ของ​เขา​สงสัย​อยู่​เกี่ยว​กับ​ความ​ยุติธรรม​ของ​อุดมการณ์​ซึ่ง​พวก​เขา​รับ​ไว้—ฉะนั้น, โดย​กลัว​ว่า​เขา​จะ​เอาชนะ​ไม่​ได้, เขา​จึง​พา​ผู้คน​ของ​เขา​ที่​ยอม​และ​ออก​ไป​ยัง​แผ่นดิน​แห่งนีไฟ.
  ๓๐ บัดนี้​โม​โร​ไน​คิด​ว่า​ไม่​เป็นการ​ดี​ที่​ชาวเล​มัน​จะ​มี​กำลัง​เพิ่ม​อีก; ฉะนั้น​ท่าน​จึง​คิด​จะ​สกัด​กั้น​ผู้คน​ของ​อ​แมลิไค​ยาห์ออก​ไป, หรือ​จับ​คน​เหล่า​นั้น​และ​นำ​พวก​เขา​กลับ​มา, และ​ประหาร​อ​แมลิไค​ยาห์เสีย; แท้จริง​แล้ว, เพราะ​ท่าน​รู้​ว่า​เขา​จะ​ยั่ว​ยุ​ชาวเล​มัน​ให้​เกิด​โทสะ​ต่อต้าน​พวก​เขา, และ​ทำให้​คน​เหล่า​นั้น​มาร​บ​กับ​พวก​เขา; และ​การ​นี้​ท่าน​รู้​ว่า​อ​แมลิไค​ยาห์จะ​ทำ​เพื่อ​เขา​จะ​บรรลุ​จุด​ประสงค์​ของ​ตน.
  ๓๑ ฉะนั้น​โม​โร​ไน​คิด​ว่าเป็น​การ​ดี​ที่​ท่าน​จะ​นำ​กองทัพ​ของ​ท่าน, ซึ่ง​รวม​กัน​อยู่​แล้ว, และ​มี​อาวุธ​พร้อม, และ​เข้า​มา​ใน​พัน​ธ​สัญญา​เพื่อ​รักษา​สันติภาพ—และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ ท่าน​นำ​กองทัพ​ของ​ท่าน​และ​ออก​เดินทัพ​ไป​ใน​แดน​ทุรกันดาร​พร้อม​ด้วย​กระโจม, เพื่อ​สกัด​กั้น​เส้นทาง​ของ​อ​แมลิไค​ยาห์ใน​แดน​ทุรกันดาร.
  ๓๒ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​ท่าน​ทำ​ไป​ตาม​ความ​ปรารถนา​ของ​ท่าน, และ​เดินทัพ​ออก​ไป​ใน​แดน​ทุรกันดาร, และ​สกัด​กองทัพ​ของ​อ​แมลิไค​ยาห์ไว้.
  ๓๓ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​อ​แมลิไค​ยาห์หลบ​หนี​ไป​พร้อม​กับ​ผู้คน​จำนวน​น้อย​ของ​เขา​จำนวน​หนึ่ง, และ​คน​ที่​เหลือ​อยู่​ถูก​ส่ง​ไป​อยู่​ใน​เงื้อมมือ​ของ​โม​โร​ไน​และ​พาก​ลับ​ไป​แผ่นดิน​แห่ง​เซรา​เฮ็มลา.
  ๓๔ บัดนี้, โม​โร​ไน​โดยที่​เป็น​ผู้​ได้​รับ​การกำหนด​โดย​หัวหน้า​ผู้​พิพากษา​และ​เสียง​ของ​ผู้คน, ฉะนั้น​ท่าน​จึง​มี​พลัง​อำนาจ​ตาม​ความ​ประสงค์​ของ​ท่าน​กับ​กองทัพ​ของ​ชาวนีไฟ, ที่​จะ​จัดตั้ง​และ​ใช้​สิทธิ​อำนาจ​ปกครอง​พวก​เขา.
  ๓๕ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​ผู้​ใด​ก็ตาม​ใน​ชาว​อ​แมลิไค​ยาห์ที่​ไม่​ยอม​เข้า​มา​ใน​พัน​ธ​สัญญา​ที่​จะ​สนับสนุน​อุดมการณ์​แห่ง​เสรีภาพ, เพื่อ​จะ​ธำรง​รักษาการ​ปกครอง​อันเป็น​อิสระ​ไว้, ท่าน​ก็​ให้​ประหาร​เสีย; และ​มี​อยู่​เพียง​ไม่​กี่​คน​ที่​ปฏิเสธ​พัน​ธ​สัญญา​แห่ง​อิสรภาพ.
  ๓๖ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​ด้วย​คือ, ท่าน​ให้​นำ​ธง​แห่ง​เสรีภาพ​ชัก​ขึ้น​ไว้​บน​หอ​สูง​ทุกแห่ง​ซึ่ง​มี​อยู่​ทั่ว​แผ่นดิน, ซึ่ง​ชาว​นีไฟครอบ​ครอง; และ​โม​โร​ไน​ตั้ง​ผืน​ธง​แห่ง​เสรีภาพ​ไว้​ใน​บรรดา​ชาว​นีไฟดัง​นี้.
  ๓๗ และ​พวก​เขา​เริ่ม​มี​สันติ​ใน​แผ่นดิน​อีก; และ​ดังนั้น​พวก​เขา​ธำรง​รักษา​สันติ​ใน​แผ่นดิน​ไว้​จน​เกือบ​ถึง​ปลาย​ปี​ที่​สิบ​เก้า​แห่ง​การ​ปกครอง​ของ​ผู้​พิพากษา.
  ๓๘ และ​ฮีลามัน​และ​พวก​มหาปุโรหิต​ได้​ธำรง​รักษา​ระเบียบ​ใน​ศาสนจักร​ไว้​ด้วย; แท้จริง​แล้ว, แม้​ตลอด​เวลา​สี่​ปี​ที่​พวก​เขา​มี​สันติ​และ​ความ​ชื่นชมยินดี​เป็นอันมาก​ใน​ศาสนจักร.
  ๓๙ และ​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​มีค​น​เป็นอันมาก​ตาย, โดยเชื่อ​อย่าง​มั่นคง​ว่า​จิต​วิญญาณ​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​ไถ่​โดย​พระเจ้า​พระ​เยซู​คริสต์; ดังนั้น​พวก​เขา​จึง​จาก​โลก​นี้​ไป​ด้วย​ความ​ชื่นชมยินดี.
  ๔๐ และ​มี​บาง​คน​ที่​ตาย​ด้วย​การ​ป่วย​ไข้, ซึ่ง​ใน​บาง​ฤดูกาล​ของ​ปี​เกิด​ขึ้น​บ่อย ๆ ใน​แผ่นดิน—แต่​ไม่​ตาย​มาก​นัก​ด้วย​การ​ป่วย​ไข้, เพราะ​คุณภาพ​อัน​ดี​เยี่ยม​ของพืช​และ​ราก​ไม้​หลาย​ชนิด​ซึ่ง​พระผู้เป็นเจ้า​ได้​ทรง​เตรียม​ไว้​ให้​เพื่อ​ขจัด​สาเหตุ​ของ​โรค, ซึ่ง​โรค​เหล่า​นั้น​มนุษย์​ต้อง​เป็น​เนื่องจาก​ธรรมชาติ​ของ​ดิน​ฟ้า​อากาศ—
  ๔๑ แต่​มีค​น​เป็นอันมาก​ตาย​ด้วย​ความ​ชรา; และ​บรรดา​ผู้​ที่​ตาย​ใน​ศรัทธา​แห่ง​พระ​คริสต์​มีค​วามสุข​อยู่​กับ​พระองค์, ดัง​ที่​เรา​จำ​ต้อง​คิด.