พระคัมภีร์      สิ่งช่วยศึกษา  | ค้นหา  | ทางเลือก  | มีเครื่องหมาย  | ช่วยเหลือ  | ภาษาไทย 
พิมพ์   < ก่อน  ถัดไป >
หนังสือ​ของ​แอลมา
บุตร​ของ​แอลมา
บท​ที่ ๑๒
แอ​ลมาโต้แย้งกับ​ซี​เอส​รอม—ผู้​ซื่อสัตย์​เท่านั้น​รู้ความ​ลี้ลับ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ได้—พระองค์​ทรง​พิพากษา​มนุษย์​จาก​ความ​คิด, ความ​เชื่อ, คำ​พูด, และ​งาน​ของ​พวก​เขา—คน​ชั่ว​ร้าย​จะ​รับ​ทุกข์​ทรมาน​จาก​ความ​ตาย​ทาง​วิญญาณ—ชีวิต​แห่ง​มรรตัย​นี้​คือ​สภาพ​ของ​การ​ทดลอง—แผน​แห่ง​การ​ไถ่​ทำให้​เกิด​การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต​และ, การ​ปลด​บาป, โดย​ผ่าน​ศรัทธา—ผู้​กลับ​ใจ​มี​สิทธิ์​ใน​พระ​เมตตา​โดย​ผ่าน​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ที่​ถือกำเนิด. ประมาณ ๘๒ ปี​ก่อน​ค​ริ​สต​กาล.
  ๑ บัดนี้​แอลมา, โดยที่​เห็น​ว่า​ถ้อยคำ​ของ​อ​มิ​ว​เล็คทำให้​ซี​เอส​รอม​เงียบ​ลง, เพราะ​เขา​เห็น​ว่า​อ​มิ​ว​เล็คจับ​ได้​ถึง​การ​พูดเท็จ​และ​การ​หลอกลวง​ของ​ตน​เพื่อ​ทำลาย​ท่าน, และ​โดยที่​เห็น​ว่า​เขา​เริ่ม​ตัว​สั่น​จาก​การสำนึก​ใน​ความ​ผิด​ของ​ตน, เขา​จึง​เริ่ม​เอ่ย​ปาก​พูด, และ​ทำให้​ถ้อยคำ​ของ​อ​มิ​ว​เล็คมี​หลักฐาน, และ​อธิบาย​สิ่ง​ต่าง ๆ นอกเหนือ​ไป​จาก​นั้น, หรือ​คลี่​พระ​คัมภีร์​ออก​นอกเหนือ​จาก​ที่​อ​มิ​ว​เล็คทำ​ไป​แล้ว.
  ๒ บัดนี้​ถ้อยคำ​ที่​แอ​ลมาพูด​กับ​ซี​เอส​รอม​นั้น​ผู้คน​ราย​รอบ​ได้ยิน; เพราะ​ฝูง​ชน​มี​มาก, และ​ท่าน​พูด​ทำนอง​นี้:
  ๓ บัดนี้​ซี​เอส​รอม, โดยที่​เห็น​ว่า​ท่าน​ถูก​จับ​ได้​ถึง​การ​พูด​เท็จ​และ​เล่ห์​กล​ของ​ท่าน, เพราะ​ท่าน​ไม่​เพียง​พูด​เท็จ​กับ​มนุษย์​เท่านั้น​แต่​ท่าน​ยัง​พูด​เท็จ​กับ​พระผู้เป็นเจ้า; เพราะ​ดูเถิด, พระองค์​ทรง​รู้ความคิด​ทั้งหมด​ของ​ท่าน, และ​ท่าน​เห็น​แล้ว​ว่าความ​คิด​ของ​ท่าน​เป็น​ที่​รู้​แก่​เรา​โดย​พระ​วิญญาณ​ของ​พระองค์;
  ๔ และ​ท่าน​เห็น​แล้ว​ว่า​เรา​รู้​ว่า​แผน​ของ​ท่าน​เป็น​แผน​ซึ่ง​แยบยล​มาก, เหมือน​ความ​แยบยล​ของ​มาร, เพื่อ​พูด​เท็จ​และ​หลอกลวง​คน​พวก​นี้​เพื่อ​ท่าน​จะ​ทำให้​พวก​เขา​ต่อต้าน​เรา, สบประมาท​เรา​และ​ขับ​ไล่​เรา—
  ๕ บัดนี้​นี่​เป็น​แผน​ของปฏิปักษ์​ของ​ท่าน, และ​เขา​ใช้​อำนาจ​ของ​เขา​กับ​ท่าน​แล้ว. บัดนี้​ข้าพเจ้า​อยาก​ให้ท่า​น​จดจำ​ว่า​อะไร​ที่​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ทุก​คน.
  ๖ และ​ดูเถิด​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ทุก​คน​ว่า​นี่​เป็น​บ่วง​แร้ว​ของ​ปฏิปักษ์, ซึ่ง​เขา​วาง​ไว้​เพื่อ​จับ​คน​พวก​นี้, เพื่อ​เขา​จะ​นำ​ท่าน​มา​ขึ้น​อยู่​กับ​เขา, เพื่อ​เขา​จะ​มัด​ท่าน​ไว้​ด้วยโซ่​ของ​เขา, เพื่อ​เขา​จะ​ล่าม​ท่าน​ลง​ไป​สู่​ความ​พินาศ​อันเป็น​นิจ, ตาม​อำนาจ​แห่ง​การ​เป็น​เชลย​ของ​เขา.
  ๗ บัดนี้​เมื่อ​แอ​ลมาพูด​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​แล้ว, ซี​เอส​รอม​เริ่ม​ตัว​สั่น​ยิ่ง​ขึ้น, เพราะ​เขา​เชื่อ​มั่น​ใน​เด​ชานุ​ภาพ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​มาก​ขึ้น​เรื่อย ๆ; และ​เขา​เชื่อ​มั่น​ด้วยว่า​แอ​ลมาและ​อ​มิ​ว​เล็คมีค​วาม​รู้​เกี่ยว​กับ​เขา, เพราะ​เขา​เชื่อ​มั่น​ว่า​พวก​ท่าน​รู้ความ​นึกคิด​และ​เจตนา​ของ​ใจ​เขา; เพราะ​พวก​ท่าน​ได้​รับ​พลัง​ความ​สามารถ​มา​เพื่อ​จะ​ได้​รู้​เรื่อง​เหล่า​นี้​ตาม​วิญญาณ​แห่ง​การ​พยากรณ์.
  ๘ และ​ซี​เอส​รอม​เริ่ม​สอบ​ถาม​พวก​ท่าน​อย่าง​ขยัน​หมั่น​เพียร, เพื่อ​เขา​จะ​รู้​เกี่ยว​กับ​อาณาจักร​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​มาก​ยิ่ง​ขึ้น. และ​เขา​กล่าว​แก่​แอลมา: ที่​อ​มิ​ว​เล็คพูด​เกี่ยว​กับ​การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต​ของ​คน​ตาย​หมายความ​ว่า​อย่างไร, ที่​ว่า​คน​ทั้งปวง​จะ​ลุก​ขึ้น​จาก​บรรดา​คน​ตาย, ทั้งคน​เที่ยงธรรม​และ​คน​ไม่​เที่ยงธรรม, และ​พระองค์​จะ​ทรง​นำ​มา​ยืน​อยู่​ต่อ​พระ​พักตร์​พระผู้เป็นเจ้า​เพื่อ​รับ​การ​พิพากษา​ตาม​งาน​ของ​พวก​เขา ?
  ๙ และ​บัดนี้​แอ​ลมาเริ่มอ​ร​ร​ถา​ธิบายเรื่อง​เหล่า​นี้​แก่​เขา, มีค​วาม​ว่า: ความ​รู้​ใน​ความลี้ลับ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ประทาน​ไว้​ให้​หลาย​คน; กระนั้น​ก็ตาม​พวก​เขา​ได้​รับ​พระ​บัญชา​อย่าง​เคร่งครัด​ว่า​พวก​เขา​จะ​ไม่​ถ่ายทอด​ออก​ไปนอกจาก​ตาม​พระ​วจนะ​ส่วน​ที่​พระองค์​ประทาน​แก่​ลูก​หลาน​มนุษย์, ตาม​ความ​ใส่ใจ​และ​ความ​ขยัน​หมั่น​เพียร​ที่​พวก​เขา​ถวาย​แด่​พระองค์.
  ๑๐ และ​ฉะนั้น, เขา​ที่​ทำใจ​ตน​แข็งกระด้าง, ผู้​เดียวกัน​นั้น​ย่อม​ได้​รับ​พระ​วจนะ​น้อยลง; และ​แก่​คน​ที่ไม่​ทำใจ​ตน​แข็ง​กระด้าง, ก็​จะประทาน​พระ​วจนะ​มาก​ขึ้น​เรื่อย ๆ, จนกว่า​จะ​ประทาน​ให้​เขา​รู้ความ​ลี้ลับ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​จน​เขา​รู้​พระ​วจนะ​เหล่า​นั้น​ใน​ความ​ไพบูลย์.
  ๑๑ และ​แก่​พวก​เขา​ที่​ทำใจ​ตน​แข็ง​กระด้าง, ก็​จะ​ประทาน​พระ​วจนะ​ให้​พวก​เขา​น้อยลง​จน​พวก​เขา​ไม่รู้​อะไร​เกี่ยว​กับ​ความ​ลี้ลับ​ของ​พระองค์; และ​เมื่อนั้น​พวก​เขา​ย่อม​ถูก​มาร​พา​ไป​เป็น​เชลย, และ​ถูก​นำ​ลง​ไป​สู่​ความ​พินาศ​โดย​ความ​ประสงค์​ของ​เขา. บัดนี้​นี่​คือ​ความ​หมาย​ของโซ่​แห่งนรก.
  ๑๒ และ​อ​มิ​ว​เล็คพูด​ไว้​อย่าง​แจ้ง​ชัด​เกี่ยว​กับ​ความตาย, และ​การ​ถูก​ยก​ขึ้น​จาก​ความ​เป็น​มรรตัย​นี้​ไป​สู่​สภาพ​ความ​เป็น​อมตะ, และ​โดยที่​ถูก​นำ​ไป​อยู่​ต่อหน้า​บัลลังก์​พิพากษา​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, เพื่อ​รับ​การพิพากษา​ตาม​งาน​ของ​เรา.
  ๑๓ เมื่อนั้น​หาก​ใจ​เรา​แข็ง​กระด้าง, แท้จริง​แล้ว, หาก​เรา​ทำใจ​เรา​แข็ง​กระด้าง​ต่อ​พระ​วจนะ, ถึงขนาด​ที่​หา​พระ​วจนะ​ไม่​พบ​ใน​ตัว​เรา, เมื่อนั้น​สภาพ​ของ​เรา​จะ​น่า​พรั่นพรึง, เพราะ​เมื่อนั้น​เรา​จะ​ถูก​กล่าวโทษ.
  ๑๔ เพราะถ้อยคำ​ของ​เรา​จะ​กล่าวโทษ​เรา, แท้จริง​แล้ว, งาน​ทั้งหมด​ของ​เรา​จะ​กล่าวโทษ​เรา; จะ​ไม่​พบ​ว่า​เรา​ปราศจาก​มลทิน; และ​ความ​นึกคิด​ของ​เรา​จะ​กล่าวโทษ​เรา​ด้วย; และ​ใน​สภาพ​อัน​น่า​พรั่นพรึง​นี้​เรา​จะ​ไม่​กล้า​เงย​หน้า​ดู​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา; และ​เรา​จะ​ค่อนข้าง​ยินดี​หาก​เรา​สั่ง​ก้อน​หิน​และภูเขา​ให้​ตกลง​มา​ทับ​เรา​ได้​เพื่อปิดบัง​เรา​จาก​ที่​ประทับ​ของ​พระองค์.
  ๑๕ แต่​นี่​เป็น​ไป​ไม่​ได้; เรา​ต้อง​ออก​มา​ยืน​อยู่​ต่อ​พระ​พักตร์​พระองค์​ใน​รัศมี​ภาพ​ของ​พระองค์, และ​ใน​เด​ชานุ​ภาพ​ของ​พระองค์, และ​ใน​อานุภาพ, พระ​บารมี, และ​อำนาจ​การ​ปกครอง​ของ​พระองค์, และ​ยอม​รับ​ด้วย​ความอับอาย​อันเป็น​นิจ​ว่าการพิพากษา​ทั้งหมด​ของ​พระองค์​เที่ยงธรรม; ว่า​พระองค์​ทรง​เที่ยงธรรม​ใน​งาน​ทั้งหมด​ของ​พระองค์, และ​ว่า​พระองค์​ทรง​เมตตา​ลูก​หลาน​มนุษย์, และ​ว่า​พระองค์​ทรง​มี​เด​ชานุ​ภาพ​ทั้งปวง​ที่​จะ​ช่วย​ทุก​คน​ที่​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระองค์​ให้​รอด​และ​นำ​ผล​ที่​คู่ควร​แก่​การก​ลับ​ใจ​ออก​มา.
  ๑๖ และ​บัดนี้​ดูเถิด, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​เมื่อนั้น​ความ​ตาย​ย่อม​มา​ถึง, แม้​ความตาย​ครั้ง​ที่​สอง, ซึ่ง​เป็นความ​ตาย​ทาง​วิญญาณ; เมื่อนั้น​ย่อม​เป็น​เวลา​ที่​ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​ตาย​ใน​บาป​ของ​เขา, อัน​เกี่ยว​กับ​ความตาย​ทาง​โลก, จะตาย​ทาง​วิญญาณ​ด้วย; แท้จริง​แล้ว, เขา​จะ​ตาย​ใน​เรื่อง​ที่​เกี่ยว​กับ​ความชอบ​ธรรม.
  ๑๗ เมื่อนั้น​คือ​เวลา​ที่​ความ​ทรมาน​ของ​พวก​เขา​จะ​เป็น​ดัง​ทะเลเพลิง​และ​กำมะถัน, ซึ่ง​เปลว​เพลิง​นั้น​จะ​ลุก​โชน​ตลอด​กาล​และ​ตลอด​ไป; และ​เมื่อนั้น​คือ​เวลา​ที่​พวก​เขา​ถูก​ล่าม​ด้วย​โซ่​ลง​ไป​สู่​ความ​พินาศ​อันเป็น​นิจ, ตาม​อำนาจ​และ​การ​เป็น​เชลย​ของ​ซา​ตาน, โดยที่​เขา​ทำให้​คน​พวก​นี้​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​ประสงค์​ของ​เขา.
  ๑๘ เมื่อนั้น, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, พวก​เขา​จะ​เป็น​ราวกับ​ว่า​ไม่มี​การ​ไถ่​กระทำ​ขึ้น​เลย; เพราะ​พวก​เขา​จะ​รับ​การ​ไถ่​ไม่​ได้​ตาม​ความ​ยุติธรรม​ของ​พระผู้เป็นเจ้า; และ​พวก​เขา​จะตาย​ไม่​ได้, โดยที่​การ​เน่า​เปื่อย​ไม่​มี​อีก​ต่อ​ไป​แล้ว.
  ๑๙ บัดนี้​เหตุการณ์​ได้​บังเกิด​ขึ้น​คือ​เมื่อ​แอ​ลมาพูด​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้​จบ​แล้ว, ผู้คน​เริ่ม​แปลก​ใจ​ยิ่ง​ขึ้น;
  ๒๐ แต่​มีค​น​ผู้​หนึ่ง​ชื่อ​แอ​น​ทิโอนาห์, ซึ่ง​เป็น​หัวหน้า​ผู้​ปกครอง​คน​หนึ่ง​ใน​บรรดา​พวก​เขา, ออก​มาก​ล่า​ว​แก่​ท่าน​ว่า: ที่​ท่าน​กล่าว​มา​นี้​คือ​อะไร, ที่​ว่า​มนุษย์​จะ​ลุก​ขึ้น​จาก​บรรดา​คน​ตาย​และ​จะ​ถูก​เปลี่ยน​จาก​สภาพ​ที่​เป็น​มรรตัย​ไป​สู่​สภาพ​ที่​เป็นอมตะ, เพื่อ​จิต​วิญญาณ​จะ​ตาย​ไม่​ได้​เลย ?
  ๒๑ ข้อความ​ใน​พระ​คัมภีร์​หมายความ​ว่า​อะไร, ที่​กล่าว​ว่า​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​ให้​เหล่าเครูบ​และ​ดาบ​เพลิง​อยู่​ทาง​ตะวันออก​ของ​สวน​แห่ง​เอเดน, เกลือก​บิดา​มารดา​แรก​ของ​เรา​จะ​เข้าไป​และ​รับ​ส่วน​ผล​ของ​ต้นไม้​แห่ง​ชีวิต, และ​มี​ชีวิต​อยู่​ตลอด​กาล ? และ​ดังนั้น​เรา​จึง​เห็น​ว่า​ไม่​มี​โอกาส​จะ​เป็น​ไป​ได้​เลย​ที่​พวก​ท่าน​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ตลอด​กาล.
  ๒๒ บัดนี้​แอ​ลมากล่า​ว​แก่​เขา: นี่​คือ​เรื่อง​ที่​ข้าพเจ้า​กำลัง​จะ​อธิบาย. บัดนี้​เรา​เห็น​ว่า​อาดัมตก​โดย​การ​รับ​ส่วนผลไม้​ต้อง​ห้าม, ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า; และ​ดังนั้น​เรา​จึง​เห็น, ว่า​โดย​การ​ตก​ของ​ท่าน, มนุษยชาติ​ทั้งปวง​จึง​กลับกลาย​เป็น​ผู้คน​ที่​หลงไป​และ​ตก.
  ๒๓ และ​บัดนี้​ดูเถิด, ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า​หาก​เป็น​ไป​ได้ที่​อา​ดัมจะรับส่วน​ผล​ของ​ต้นไม้​แห่ง​ชีวิต​ใน​เวลา​นั้น, ก็​จะ​ไม่​มีค​วาม​ตาย, และ​พระ​วจนะ​จะ​ไม่​มีค​วาม​หมาย, ทำให้​พระผู้เป็นเจ้า​เป็น​ผู้​กล่าว​เท็จ, เพราะ​พระองค์​ตรัส​ไว้​ว่า: หาก​เจ้ากิน​เจ้า​จะ​ตาย​อย่าง​แน่นอน.
  ๒๔ และ​เรา​เห็น​ว่าความตาย​มา​สู่​มนุษยชาติ, แท้จริง​แล้ว, ความ​ตาย​ที่​อ​มิ​ว​เล็คพูด​ถึง, ซึ่ง​คือ​ความ​ตาย​ทาง​โลก; กระนั้น​ก็ตาม​ยัง​มี​ช่วง​เวลา​ที่​ประทาน​ให้มนุษย์​ซึ่ง​ใน​ช่วง​เวลา​นั้น​เขา​อาจ​จะ​กลับ​ใจ; ฉะนั้น​ชีวิต​นี้​จึง​มา​เป็น​สภาพ​แห่ง​การ​ทดลอง; เป็น​เวลา​ที่เตรียม​พบ​พระผู้เป็นเจ้า; เป็น​เวลา​ที่​เตรียม​รับ​สภาพ​อัน​หา​ได้​สิ้นสุด​ไม่​ซึ่ง​เรา​พูด​มา​แล้ว, ซึ่ง​อยู่​ภายหลัง​การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต​ของ​คน​ตาย.
  ๒๕ บัดนี้, หาก​ไม่​เป็น​เพราะ​แผน​แห่ง​การไถ่, ซึ่ง​วาง​ไว้​นับ​จาก​การ​วาง​รากฐาน​ของ​โลก, จะ​มี​การ​ฟื้น​คืนชีวิต​ของ​คน​ตาย​ไม่​ได้; แต่​มี​แผน​แห่ง​การ​ไถ่​วาง​ไว้, ซึ่ง​จะ​ทำให้​เกิด​การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต​ของ​คน​ตาย, ซึ่ง​พูด​มา​แล้ว.
  ๒๖ และ​บัดนี้​ดูเถิด, หาก​เป็น​ไป​ว่า​บิดา​มารดา​แรก​ของ​เรา​ออก​ไป​รับ​ส่วน​จาก​ต้นไม้​แห่งชีวิต​แล้ว พวก​ท่าน​ก็​จะ​เศร้าหมอง​ตลอด​กาล, โดย​ไม่​มี​สภาพ​การเต​รี​ยม; และ​ดังนั้น​แผน​แห่ง​การไถ่​จะ​ล้ม​เหลว​ไป, และ​พระ​วจนะ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​จะ​ไม่​มีค​วาม​หมาย, โดยที่​ไม่​เกิด​ผล.
  ๒๗ แต่​ดูเถิด, มัน​ไม่​ได้​เป็น​เช่น​นั้น; แต่​พระองค์​ทรงกำหนด​ให้​มนุษย์​ว่า​พวก​เขา​ต้อง​ตาย; และ​หลังจาก​ความ​ตาย, พวก​เขา​ต้อง​มา​สู่​การพิพากษา, แม้​เป็นการ​พิพากษา​เดียว​กับ​ที่​เรา​พูด​มา, ซึ่ง​เป็น​ที่สุด.
  ๒๘ และ​หลังจาก​พระผู้เป็นเจ้า​ได้​ทรง​กำหนด​ว่า​เรื่อง​เหล่า​นี้​จะ​มา​ถึง​มนุษย์, ดูเถิด, พระองค์​จึง​ทรง​เห็น​ว่า​สมควร​ที่​มนุษย์​จะ​รู้​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​ที่​พระองค์​ได้​ทรง​กำหนด​ไว้​ให้​พวก​เขา;
  ๒๙ ฉะนั้น​พระองค์​จึง​ทรง​ส่งเทพ​มาส​นท​นา​กับ​พวก​เขา, ซึ่ง​เทพ​เหล่า​นั้น​ทำให้​มนุษย์​เห็น​ถึง​รัศมี​ภาพ​ของ​พระองค์.
  ๓๐ และ​จาก​เวลา​นั้น​มา​พวก​เขา​เริ่ม​เรียก​หา​พระ​นาม​ของ​พระองค์; ฉะนั้น​พระผู้เป็นเจ้า​ทรงสนทนา​กับ​มนุษย์, และ​ทรง​ทำให้​พวก​เขา​รู้​ถึง​แผน​แห่ง​การไถ่, ซึ่ง​เตรียม​ไว้​แล้ว​นับ​จาก​การ​วางรากฐาน​ของ​โลก; และ​การ​นี้​พระองค์​ทรง​ทำให้​พวก​เขา​รู้​ตาม​ศรัทธา​และ​การก​ลับ​ใจ​ของ​พวก​เขา​และ​งาน​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พวก​เขา.
  ๓๑ ดังนั้น, พระองค์​จึง​ประทานบัญญัติ​ให้​มนุษย์, โดยที่​ใน​ขั้น​ต้น​พวก​เขา​ล่วง​ละเมิด​พระ​บัญญัติแรก​อัน​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​ที่​เป็น​ฝ่าย​โลก, และ​มา​เป็น​เหมือน​บรรดา​ผู้​เป็น​เจ้า, รู้จัก​ความ​ดี​จาก​ความ​ชั่ว, วาง​ตน​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​จะกระทำ, หรือ​ทรง​ทำให้​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​จะ​กระทำ​ตาม​ความ​ประสงค์​และ​ความ​พอใจ​ของ​ตน, ไม่​ว่า​จะ​ทำความ​ชั่ว​หรือ​จะ​ทำความ​ดี—
  ๓๒ ฉะนั้น​พระผู้เป็นเจ้า​จึง​ประทาน​บัญญัติ​ให้​พวก​เขา, หลังจาก​ที่​ทรง​ทำให้​พวก​เขารู้​ถึง​แผน​แห่ง​การ​ไถ่, ว่า​พวก​เขา​ไม่​ควร​ทำความ​ชั่ว, ซึ่ง​โทษ​ของ​การ​นี้​คือ​ความตาย​ครั้ง​ที่​สอง, ซึ่ง​เป็นความ​ตาย​อันเป็น​นิจ​ใน​เรื่อง​อัน​เกี่ยว​กับ​ความชอบ​ธรรม; เพราะ​แผน​แห่ง​การ​ไถ่​จะ​มี​ผล​กับ​คน​เช่น​นั้น​ไม่​ได้, เพราะ​ตาม​พระ​คุณ​ความ​ดี​อัน​ล้ำเลิศ​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, งาน​แห่ง​ความยุติธรรม​จะ​ถูก​ทำลาย​ไม่​ได้.
  ๓๓ แต่​พระผู้เป็นเจ้า​ทรง​เรียก​มนุษย์, ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​บุตร​ของ​พระองค์, (นี่​เป็น​แผน​แห่ง​การ​ไถ่​ซึ่ง​กำหนด​ไว้) โดย​ตรัส​ว่า: หาก​เจ้า​จะ​กลับ​ใจ​และ​ไม่​ทำใจ​ของ​เจ้า​แข็ง​กระด้าง, เมื่อนั้น​เรา​จะ​เมตตา​เจ้า, โดย​ทาง​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ที่​ถือกำเนิด​ของ​เรา;
  ๓๔ ฉะนั้น, ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​กลับ​ใจ, และ​ไม่​ทำให้​ใจ​ตน​แข็ง​กระด้าง, เขา​จะ​มี​สิทธิ์​ใน​ความเมตตา​โดย​ทาง​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ที่​ถือกำเนิด​ของ​เรา, ไป​สู่​การ​ปลดบาป​ของ​เขา; และ​คน​เหล่า​นี้​จะ​เข้า​มา​ใน​สถานพักผ่อน​ของ​เรา.
  ๓๕ และ​ผู้​ใด​ก็ตาม​ที่​จะ​ทำให้​ใจ​ตน​แข็ง​กระด้าง​และ​จะ​ทำความ​ชั่วช้า​สามานย์, ดูเถิด, เรา​ยืนยัน​หนักแน่น​ใน​ความ​โกรธ​ของ​เรา​ว่า​เขา​จะ​ไม่​เข้า​มา​ใน​สถาน​พักผ่อน​ของ​เรา.
  ๓๖ และ​บัดนี้, พี่น้อง​ข้าพเจ้า, ดูเถิด​ข้าพเจ้า​กล่าว​แก่​ท่าน, ว่า​หาก​ท่าน​ทำให้​ใจ​ท่าน​แข็ง​กระด้าง​ท่าน​จะ​ไม่​เข้าไป​ใน​สถาน​พักผ่อน​ของ​พระเจ้า; ฉะนั้น​ความ​ชั่วช้า​สามานย์​ของ​ท่าน​จึง​ทำให้​พระองค์​ทรง​ขุ่นเคือง​จน​พระองค์​ส่ง​พระ​พิโรธ​ของ​พระองค์​ลง​มายัง​ท่าน​ดัง​ใน​การ​ขุ่นเคือง​ครั้งแรก, แท้จริง​แล้ว, ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์​ใน​การ​ขุ่นเคือง​ครั้ง​สุดท้าย​เช่น​เดียว​กับ​ครั้ง​แรก, ถึง​ความพินาศ​อันเป็น​นิจ​ของ​จิต​วิญญาณ​ท่าน; ฉะนั้น, ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์, ถึง​ความ​ตาย​หน​สุดท้าย, เช่น​เดียว​กับ​ความ​ตาย​ครั้ง​แรก.
  ๓๗ และ​บัดนี้, พี่น้อง​ข้าพเจ้า, โดยที่​เห็น​ว่า​เรา​รู้​เรื่อง​เหล่า​นี้, และ​มัน​เป็น​เรื่อง​จริง, ขอ​ให้​เรา​กลับ​ใจ, และ​ไม่​ทำให้​ใจ​เรา​แข็ง​กระด้าง, เพื่อ​ใน​พระ​บัญญัติ​ที่​สอง​ของ​พระองค์​ซึ่ง​พระองค์​ประทาน​ให้​เรา เรา​จะ​ไม่​ทำให้​พระเจ้า​พระผู้เป็นเจ้า​ของ​เรา​ทรงขุ่นเคือง​จน​ดึง​เอา​พระ​พิโรธ​ของ​พระองค์​ลง​มายัง​เรา; แต่​ขอ​ให้​เรา​เข้าไป​ใน​สถานพักผ่อน​ของ​พระผู้เป็นเจ้า, ซึ่ง​เตรียม​ไว้​ตาม​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์.